นายกฯ เมโลนี อิตาลี ตอบโต้ ทรัมป์ วิจารณ์ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14
เมโลนี ตอบโต้ ทรัมป์ วิจารณ์ สมเด็จพระสันตะปาปา

นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งอิตาลีตอบโต้คำวิจารณ์ของทรัมป์ต่อสมเด็จพระสันตะปาปา

ในเหตุการณ์ที่สะเทือนวงการการเมืองและศาสนา จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ การตอบโต้ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์โพสต์โจมตีผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว Truth Social เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569

คำวิจารณ์ที่สร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความวิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ว่า "อ่อนแอเรื่องอาชญากรรมและแย่มากในเรื่องนโยบายต่างประเทศ" และยังบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขา "ไม่ค่อยชื่นชอบ" พระองค์เท่าไหร่ คำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปากำลังเสด็จเยือนแอฟริกาเป็นเวลา 11 วัน ซึ่งเป็นการเสด็จเยือนต่างประเทศครั้งสำคัญครั้งที่สองนับตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาเมื่อปีที่แล้ว

ทรัมป์ยังเขียนในโพสต์เพิ่มเติมว่า สมเด็จพระสันตะปาปา "ควรปรับปรุงตัวเอง" และกล่าวหาว่าพระองค์ "อ่อนแอในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์" ซึ่งดูเหมือนจะหมายถึงความพยายามของเตหะรานในการเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ นอกจากนี้ เขายังเสนอแนะอย่างน่าตกใจว่า สมเด็จพระสันตะปาปาได้รับเลือก "เพราะพระองค์เป็นชาวอเมริกัน และพวกเขาคิดว่านั่นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์" พร้อมทั้งอ้างว่า "ถ้าผมไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอคงไม่ได้อยู่ในวาติกัน"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตอบสนองจากสมเด็จพระสันตะปาปาและผู้นำอิตาลี

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ได้ตรัสกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปแอลจีเรียว่า พระองค์ไม่ต้องการที่จะโต้เถียงกับทรัมป์ แต่จะยังคงส่งเสริมสันติภาพต่อไปอย่างแน่วแน่ พระองค์เน้นย้ำว่าไม่ได้มองบทบาทของตนเองในฐานะนักการเมือง แต่เป็นผู้เผยแพร่สารแห่งสันติภาพ โดยตรัสว่า "มีผู้คนมากมายกำลังทุกข์ทรมานอยู่ในโลกทุกวันนี้ มีผู้บริสุทธิ์มากมายถูกฆ่า และผมคิดว่าต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมาพูดว่า มีวิธีที่ดีกว่านี้"

ทางด้านจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้แสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าว โดยออกมาประกาศว่า คำวิจารณ์ของทรัมป์ต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เธอเน้นถึงความสำคัญของบทบาททางศาสนาและสันติภาพที่พระสันตะปาปากำลังส่งเสริม ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมของอิตาลีและชุมชนคาทอลิกทั่วโลก

ปฏิกิริยาจากชุมชนคาทอลิกและผู้เชี่ยวชาญ

คำพูดของทรัมป์ยังได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวคาทอลิกทั่วโลกอย่างกว้างขวาง มัสซิโม ฟาจจิโอลี นักวิจารณ์คาทอลิกชาวอิตาลีชื่อดัง เปรียบเทียบคำพูดดังกล่าวกับความสัมพันธ์ของสมเด็จพระสันตะปาปากับเผด็จการฟาสซิสต์ในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกล่าวว่า "แม้แต่ฮิตเลอร์ หรือมุสโซลินี ก็ยังไม่เคยโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาโดยตรง และเปิดเผยเช่นนี้"

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า โดยทั่วไปแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่พระสันตะปาปาจะกล่าวถึงคำแถลงของผู้นำโลกโดยตรง ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐอเมริกามีชาวคาทอลิกมากกว่า 70 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งรวมถึง เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีของทรัมป์ด้วย สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภาพลักษณ์ทางการเมืองของทรัมป์ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งคาทอลิก

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลก ระหว่างผู้นำทางการเมืองกับสถาบันศาสนา โดยเฉพาะในประเด็นสันติภาพและนโยบายต่างประเทศ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ยังคงยืนหยัดในบทบาทของผู้ส่งสารแห่งสันติภาพ แม้จะเผชิญกับการวิจารณ์ที่รุนแรงจากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา