อิหร่าน-สหรัฐฯ เจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน เปิดประเด็นนิวเคลียร์-ช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่าน-สหรัฐฯ เจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน

อิหร่าน-สหรัฐฯ เจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน เปิดประเด็นนิวเคลียร์-ช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้แทนจากสองชาติมหาอำนาจอย่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานแล้วในเช้าวันนี้ (11 เมษายน 2569) เพื่อเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการยุติการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางการจับตาจากสื่อมวลชนทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าประเด็นหลักในการหารือจะครอบคลุมเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ

คณะผู้แทนเดินทางถึงพร้อมเปิดเจรจา

ฝ่ายอิหร่านเดินทางถึงเมื่อประมาณ 7.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐอเมริกาเดินทางถึงในเวลา 10.10 น. นำโดยเจ ดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาในสมัยแรก และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐอเมริกา

สื่อโลกจับตาและคาดการณ์ประเด็นหารือ

การเจรจาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อระดับโลกอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น BBC, AP, AFP หรืออัลจาซีรา ที่ต่างเปิดหน้ารายงานพิเศษ โดยหลายสำนักข่าวคาดการณ์ถึงข้อตกลงที่จะถูกหยิบยกมาพิจารณาในวันนี้ อาทิ ข้อเสนอจากอิหร่าน 10 ข้อ และข้อเสนอ 15 ข้อจากฝั่งสหรัฐอเมริกา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ถึงแม้จะมีรายงานการรั่วไหลของร่างข้อเสนอทั้งสองชุดออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ และดูเหมือนว่าจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตามรายงานของพอล อดัมส์ ผู้สื่อข่าวทางการทูตของ BBC ที่ระบุว่าเงื่อนไขเบื้องต้นจากผู้นำคณะผู้แทนอิหร่าน ได้แก่ การหยุดยิงในเลบานอนและการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความซับซ้อนที่ผู้เจรจากำลังเผชิญอยู่

ประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซเป็นหัวใจสำคัญ

ประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด ซึ่งเป็นรากเหง้าของความกังวลของชาติตะวันตกที่มีต่ออิหร่านมาอย่างยาวนาน รัฐบาลอิหร่านยืนยันว่าไม่เคยพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อ 8 ปีก่อน อิหร่านได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินกว่าที่อาจจำเป็นสำหรับโครงการพลเรือน

สหรัฐอเมริกาต้องการให้อิหร่านส่งมอบสิ่งที่ตนมีอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงงานใกล้เมืองอิสฟาฮาน และให้คำมั่นว่าจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่อิหร่านยืนยันว่าสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของตนนั้นไม่สามารถต่อรองได้

ส่วนประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งไม่ใช่ปัญหามาก่อนสงครามครั้งนี้ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอิหร่าน หลังจากที่ได้ควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว อิหร่านต้องการวางกฎระเบียบใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับการจราจรทางทะเล ซึ่งอาจรวมถึงสิทธิ์ในการตรวจสอบเรือ การเก็บค่าธรรมเนียม หรือแม้แต่การปฏิเสธการเข้าถึง

สำหรับหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในอ่าวเปอร์เซีย นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ อิสราเอลและสหรัฐอเมริกายังต้องการยุติสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นอิทธิพลที่เป็นอันตรายของอิหร่านในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทั้งหมดและค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทรัมป์ให้ความเห็นก่อนการเจรจา

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ในช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับ 7.29 น. วันนี้ตามเวลาประเทศไทย ถึงการพูดคุยกับผู้แทนสหรัฐอเมริกาที่จะมาเจรจา โดยกล่าวว่า "ผมขออวยพรให้เขาโชคดี" และเสริมว่าเขาไม่แน่ใจว่าการเจรจาจะเป็นการเจรจาครั้งเดียวจบหรือจะดำเนินต่อไปในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า

เมื่อถูกถามว่ามีแผนสำรองหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า "คุณไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรอง" และเมื่อนักข่าวถามว่าข้อตกลงที่ดีกับอิหร่านควรเป็นอย่างไร เขาตอบว่า "ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์" พร้อมระบุว่าเขารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้เกิดขึ้นแล้ว และกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิด "ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี" ความร่วมมือจากอิหร่านก็ตาม โดยสหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว