ไทยยินดีสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิงชั่วคราว เรียกร้องเจรจาทางการทูต-คนไทยรีบกลับ
ไทยยินดีสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิงชั่วคราว เรียกร้องเจรจาทางการทูต

ไทยแสดงท่าทีสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสหรัฐฯ-อิหร่าน เน้นย้ำการเจรจาทางการทูต

กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันนี้ (8 เมษายน 2569) เพื่อแสดงความยินดีต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยแถลงการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้วิธีการทางการทูตในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เรียกร้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและเสรีภาพการเดินเรือ

ในแถลงการณ์ ประเทศไทยได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในประเด็นของเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าโลก นอกจากนี้ยังได้กระตุ้นให้ทุกฝ่ายใช้โอกาสจากช่วงเวลาหยุดยิงนี้เพื่อดำเนินการเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว

รมว.ต่างประเทศแถลงยินดี ขอคนไทยรีบกลับในช่วงหยุดยิง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาแถลงแสดงความยินดีต่อข่าวการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้เป็นก้าวสำคัญสู่การหยุดยิงที่ถาวรและสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ขอให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางและมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ให้ใช้ช่วงเวลาหยุดยิงนี้ในการเดินทางกลับโดยเร็ว โดยให้รีบติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อขอรับความช่วยเหลือและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความหวังสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง

ประเทศไทยได้แสดงความหวังอย่างแรงกล้าว่าการหยุดยิงชั่วคราวครั้งนี้จะนำไปสู่การหยุดยิงและสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และมีชาวไทยจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ การใช้กลไกทางการทูตและการเจรจาถือเป็นหนทางหลักที่ประเทศไทยสนับสนุนเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบายต่างประเทศของไทยที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านการมีส่วนร่วมในเวทีระหว่างประเทศและการยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ