สหรัฐฯ-อิหร่านรับแผนยุติการสู้รบจากปากีสถาน อาจหยุดยิงทันทีและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สื่อต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้รับแผนยุติการสู้รบแล้ว ซึ่งอาจเริ่มหยุดยิงทันทีและนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในวันนี้ (6 เมษายน 2569) โดยแผนดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยปากีสถานและส่งให้ทั้งสองประเทศพิจารณา
รายละเอียดแผนยุติการสู้รบและขั้นตอนการเจรจา
สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า แผนยุติการสู้รบนี้มีแนวทาง 2 ระดับ ได้แก่ การหยุดยิงทันที ตามด้วยข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับข้อตกลงเบื้องต้นจะอยู่ในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) และจะสรุปผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีปากีสถานเป็นช่องทางสื่อสารเพียงช่องทางเดียวในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านตลอดทั้งคืน ซึ่งรวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบแผนการดังกล่าว
ปฏิกิริยาจากอิหร่านและความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงถาวร
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า อิหร่านจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และจะไม่ยอมรับกำหนดเวลาใดๆ ในระหว่างการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว โดยมองว่าสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมสำหรับการหยุดยิงถาวร ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในกระบวนการเจรจา
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า สหรัฐฯ อิหร่านและประเทศผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคได้หารือกันเกี่ยวกับเงื่อนไขการหยุดยิงเป็นเวลา 45 วัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่อาจนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวรในอนาคต
บริบทสถานการณ์และความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซ
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก และการปิดกั้นก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ แผนยุติการสู้รบนี้จึงอาจช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสถานการณ์ความมั่นคงโลก
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายและการเจรจาต่อรองในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและความพยายามจากผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถานและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค



