มาครงวิจารณ์ทรัมป์เรื่องสงครามอิหร่าน ชี้สงครามไม่ใช่การแสดง ควรลดการพูดจาสร้างความสับสน
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้ออกมาวิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อแนวทางการจัดการกับสงครามอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำว่าสงครามต้องใช้วิธีการที่ "จริงจัง" และ "มั่นคง" ไม่ใช่การเปลี่ยนคำพูดทุกวันเหมือนการแสดงโชว์
ผู้นำฝรั่งเศสระบุว่า "นั่นไม่ใช่การแสดง เรากำลังพูดถึงสงครามและสันติภาพ รวมถึงชีวิตของผู้ชายและผู้หญิง เมื่อต้องจริงจัง คุณก็ไม่ควรพูดตรงข้ามกับสิ่งที่พูดเมื่อวานนี้ทุกวัน" พร้อมแนะนำว่าบางทีทรัมป์ไม่ควรพูดทุกวัน แต่ควรปล่อยให้สถานการณ์เงียบลงบ้าง
คำพูดของมาครงอ้างอิงการพูดขัดแย้งของทรัมป์
คำวิจารณ์ของมาครงถูกมองว่าเป็นการอ้างอิงโดยตรงถึงการออกมาพูดของทรัมป์ที่มักให้ข้อความขัดแย้งกันเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน ซึ่งเข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว ฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่นๆ ได้ให้การสนับสนุนบางส่วนต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ยังคงปฏิเสธที่จะถูกดึงเข้าไปร่วมรบเต็มรูปแบบ
ทรัมป์ออกมาพูดในทิศทางที่แตกต่างกันตลอดเวลา บางครั้งบอกว่าใกล้จะหยุดยิง บางครั้งบอกว่าชนะสงครามแล้ว และบางครั้งก็บอกว่าสหรัฐฯ จะรบต่อไป ซึ่งสร้างความสับสนให้กับสถานการณ์
มาครงแสดงความเห็นต่อนาโตและปฏิบัติการทางทหาร
มาครงยังแสดงความเห็นต่อคำพูดของทรัมป์ที่ระบุว่าจะพิจารณาออกจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต โดยกล่าวว่า "พันธมิตรอย่างนาโต มีคุณค่าจากสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา นั่นคือความเชื่อมั่น การแสดงความสงสัยต่อความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร จะทำให้องค์กรนั้นสูญเสียสาระสำคัญ"
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าหุ้นส่วนลงนามในข้อตกลงและพร้อมปรากฏตัวเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นั่นมากกว่าการออกมาคอมเมนต์ทุกวันว่าจะเคารพหรือไม่เคารพข้อตกลง มาครงยังรู้สึกว่ามีการพูดจาและเสียงจ้อมากเกินไปจนกระจัดกระจาย
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นโดยละเอียดต่อปฏิบัติการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยระบุว่า "พวกเขาตัดสินใจกันเอง แล้วก็มาบ่นว่าอยู่คนเดียวในปฏิบัติการที่พวกเขาตัดสินใจเอง ทั้งๆ ที่นั่นไม่ใช่ปฏิบัติการของเรา"
ยกกรณีการโจมตีทางอากาศและวิเคราะห์ปัญหานิวเคลียร์
มาครงยังยกกรณีการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งทรัมป์เคยประกาศว่าทำลายล้างโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซาก แต่เพียง 6 เดือนต่อมา เมื่อสงครามเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปะทุขึ้น ทรัมป์กลับบอกว่านี่คือโอกาสสุดท้ายและดีที่สุดในการโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เขาย้ำว่าต้องมีผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศตรวจสอบสถานการณ์พัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน และต้องมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อไป มาครงวิเคราะห์ว่า "วันนี้และในอนาคต ยังคงมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แล็บลับๆ ฯลฯ ดังนั้น การโจมตีทางทหารแบบเจาะจง แม้จะยาวนานหลายสัปดาห์ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานิวเคลียร์ได้อย่างถาวร"
ทั้งนี้ มาครงปฏิเสธความคิดที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า "ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง" เพราะจะใช้เวลานานและอันตรายมาก



