สหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชั่วคราว เพื่อสร้างเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก
สหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชั่วคราว

สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชั่วคราว เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลก

ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายการคว่ำบาตร โดยออกใบอนุญาตพิเศษที่อนุญาตให้ประเทศต่างๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียได้เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จนถึงวันที่ 11 เมษายน 2569 โดยเฉพาะสินค้าที่บรรทุกอยู่บนเรือเท่านั้น

เป้าหมายหลักเพื่อสร้างเสถียรภาพตลาดพลังงาน

สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า นี่เป็นก้าวสำคัญในการทำให้ตลาดพลังงานโลกที่ปั่นป่วนจากสงครามในอิหร่านกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่ามาตรการนี้มีขอบเขตจำกัดและเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญแก่รัฐบาลรัสเซีย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอีกครั้งในวันที่ 12 มีนาคม โดยถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการควบคุมราคาพลังงาน หลังสถานการณ์สงครามทวีความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก จนส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการเสริมเพื่อลดแรงกดดันด้านพลังงาน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่สมาชิกทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เห็นชอบร่วมกัน ในการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดราคาน้ำมันจากวิกฤตสงคราม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนผ่านทางออนไลน์ในวันที่ 13 มีนาคม เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุว่าการประชุมเป็นเวทีที่ต้องการให้ชาติสมาชิกหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ท่ามกลางระเบียบโลกบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่ถูกสั่นคลอน

ผลกระทบที่กว้างขวางและความร่วมมือระดับภูมิภาค

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากความขัดแย้งสร้างความเสี่ยงทั้งทางด้านพลังงาน เงินเฟ้อ รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ หรืออาจเสริมสร้างเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ร่วมประชุมกันที่เมืองตากิกของฟิลิปปินส์ โดยมีรัฐมนตรีการค้าฟิลิปปินส์เป็นประธานในที่ประชุม และใช้โอกาสนี้ระบุว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันของเศรษฐกิจโลก จนสร้างผลกระทบแทบจะทันที พร้อมเน้นย้ำให้ชาติสมาชิกเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระดับภูมิภาคและกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการบรรเทาวิกฤตพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง