เครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐฯ ตกในอิรัก กองทัพยืนยันไม่ใช่การยิงของศัตรู
เครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐฯ ตกในอิรัก ไม่ใช่การยิงศัตรู

เครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐฯ ตกในอิรัก กองทัพยืนยันไม่ใช่การยิงของศัตรู

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เครื่องบินเติมน้ำมันรุ่น KC-135 Stratotanker ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศอิรัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า การตกของเครื่องบินลำนี้ ไม่ได้เป็นผลจากการยิงของฝ่ายศัตรูหรือการยิงกันเอง อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัดของการตก รวมถึงยังไม่มีการยืนยันจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ปฏิบัติการ "อีปิก ฟิวรี" และความพยายามกู้ภัย

แถลงการณ์จากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในน่านฟ้าฝ่ายพันธมิตรระหว่างการปฏิบัติการที่มีชื่อว่า "อีปิก ฟิวรี" (Epic Fury) และในขณะนี้ ความพยายามในการกู้ภัยกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือลูกเรือและตรวจสอบสถานการณ์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากเครื่องบินเติมน้ำมันลำที่ตกแล้ว ยังมีรายงานว่า มีเครื่องบินเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้อีก 2 ลำ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า เครื่องบินลำที่สองนั้นเป็นรุ่น KC-135 เช่นกัน และสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียง

รายละเอียดของเครื่องบินและลูกเรือ

ตามปกติแล้ว เครื่องบินเติมน้ำมันรุ่น KC-135 Stratotanker จะมีลูกเรือประมาณ 3 ถึง 4 นาย ซึ่งประกอบด้วยตำแหน่งสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  • นักบินหลัก
  • นักบินผู้ช่วย
  • เจ้าหน้าที่ควบคุมการเติมน้ำมัน

ภารกิจหลักของเครื่องบินประเภทนี้คือการเติมน้ำมันให้กับเครื่องบินลำอื่นๆ ขณะบินอยู่กลางอากาศ และในบางภารกิจอาจมีเจ้าหน้าที่นำร่องร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การสูญเสียครั้งล่าสุดในปฏิบัติการ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสูญเสียเครื่องบินในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว ก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์เครื่องบินขับไล่รุ่น F-15E Strike Eagle จำนวน 3 ลำ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าของประเทศคูเวต อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์นั้นลูกเรือทั้งหมด 6 คน สามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินและรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย

กองทัพสหรัฐฯ ยังได้แจ้งว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้าขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากสาธารณชนให้รอคอยในขณะที่กำลังรวบรวมรายละเอียดต่างๆ "เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องแก่ครอบครัวของเหล่าทหาร" ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้