วิกฤตตะวันออกกลางอาจสร้างผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ให้รัสเซีย นักวิเคราะห์ชี้ราคาน้ำมันพุ่ง-เบี่ยงเบนความสนใจจากสงครามยูเครน
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานและความมั่นคงได้ออกมาเตือนว่า วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกำลังสร้างผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ให้กับรัสเซีย ในหลายด้าน โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การเบี่ยงเบนความสนใจของโลกจากสงครามยูเครน และโอกาสการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนจากสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 12 มีนาคม 2569
รัสเซียอาจช่วยอิหร่านด้านยุทธวิธีโดรนและเทคโนโลยีทหาร
รายงานข่าวกรองเปิดเผยว่า รัสเซียอาจกำลังให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่อิหร่านในด้านยุทธวิธีการใช้โดรน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กองทัพรัสเซียพัฒนาขึ้นอย่างเข้มข้นจากประสบการณ์ในสงครามยูเครน โดยผู้สื่อข่าวนิค พาตัน วอลช์ ของ CNN รายงานว่าผู้เชี่ยวชาญรัสเซียได้ช่วยถ่ายทอดยุทธวิธีการโจมตีด้วยโดรนให้กับฝ่ายอิหร่าน พร้อมระบุว่านี่เป็นหนึ่งในความร่วมมือทางทหารที่ชัดเจนที่สุดระหว่างพันธมิตรที่มีท่าทีต่อต้านสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลยสกี แห่งยูเครนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียอาจช่วยอิหร่านในหลายด้าน ไม่เพียงเฉพาะโดรน แต่รวมถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วย การเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและยูเครนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นสนามทดลองเทคโนโลยีโดรนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้บทเรียนเหล่านี้กำลังถูกถ่ายทอดไปยังสมรภูมิอื่น และอาจกำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง
เกมยุทธศาสตร์ของปูตินในเวทีโลกและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
นักวิเคราะห์มองว่าผู้นำรัสเซียกำลังเล่นเกมยุทธศาสตร์หลายระดับในเวลาเดียวกัน ในขณะที่เขาพยายามรักษาความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหวังผลในการเจรจาเกี่ยวกับยูเครน ปูตินก็ใช้วิกฤตโลกขยายอิทธิพลของรัสเซียไปด้วย หนึ่งในผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานระดับโลก แดเนียล เยอร์กิน กล่าวว่า สถานการณ์นี้เปรียบเสมือน "แจ็กพอต" สำหรับรัสเซีย ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลรัสเซีย และทำให้มอสโกสามารถใช้เงินทุนเหล่านั้นสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในยูเครนต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียได้พบกับทีมงานของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา เพื่อหารือในหลายประเด็นและตกลงที่จะรักษาช่องทางการติดต่อกันต่อไป
วิกฤตราคาน้ำมันและการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ตลาดพลังงานเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง รัฐบาลสหรัฐฯ จึงเริ่มพิจารณามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน
- การอนุญาตให้อินเดียสามารถซื้อพลังงานจากรัสเซียได้ชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน
- ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลให้สหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปต้องเบี่ยงทรัพยากรทางทหารและงบประมาณจากยูเครนไปยังตะวันออกกลาง อาจช่วยให้รัสเซียสามารถรักษาแรงกดดันทางทหารต่อยูเครนได้ต่อไป นอกจากนี้ ความตึงเครียดกับพันธมิตรยุโรปของสหรัฐฯ อาจสร้างรอยร้าวภายในนาโต้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายระยะยาวของรัสเซียที่ต้องการลดความเป็นเอกภาพของพันธมิตรตะวันตก
ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่รัสเซียอาจได้รับจากสถานการณ์นี้
นักวิเคราะห์ระบุว่ารัสเซียอาจได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้หลายด้าน เช่น:
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล
- ความสนใจของโลกถูกเบี่ยงออกจากสงครามยูเครน
- สหรัฐฯ ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในตะวันออกกลาง
- เกิดโอกาสทางยุทธศาสตร์ใหม่ในภูมิภาคอื่น
ในขณะเดียวกัน ความช่วยเหลือจากรัสเซียยังช่วยเสริมความสามารถทางทหารของอิหร่าน โดยเฉพาะการใช้โดรนและระบบกำหนดเป้าหมายผ่านดาวเทียม แม้รัสเซียอาจดูเหมือนจะได้รับประโยชน์จากวิกฤตครั้งนี้ แต่ปูตินยังต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับสหรัฐฯ เป้าหมายหลักของเครมลินยังคงเป็นชัยชนะในสงครามยูเครน และการยืดการเจรจาสันติภาพเพื่อให้กองทัพรัสเซียสามารถยึดครองพื้นที่เพิ่มเติมได้
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเกินกว่าที่ผู้นำโลกคาดการณ์ไว้ สร้างความไม่แน่นอนต่อความมั่นคงระหว่างประเทศในระยะยาว



