ไทยประท้วงสูงสุดต่ออิหร่าน กรณีโจมตีเรือ 'มยุรีนารี' ในช่องแคบฮอร์มุซ
ไทยประท้วงอิหร่าน กรณีโจมตีเรือมยุรีนารี

ไทยยื่นประท้วงสูงสุดต่ออิหร่าน กรณีโจมตีเรือสินค้า 'มยุรีนารี' ในช่องแคบฮอร์มุซ

วันนี้ (12 มีนาคม 2569) นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้เข้าพบหารือกับ นาย Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อยื่นการประท้วงอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มยุรีนารี ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

รายละเอียดเหตุการณ์และผลกระทบ

เหตุการณ์โจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเรือมยุรีนารีออกเดินทางจากท่าเรือเมืองคาลิฟาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้เรือได้รับความเสียหายและลูกเรือชาวไทยจำนวน 23 คนได้รับผลกระทบโดยตรง รองปลัด กต. ได้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งของไทยต่อความปลอดภัยของพลเรือนและเรียกร้องให้ทางการอิหร่านดำเนินการดังต่อไปนี้:

  • ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุและกระบวนการโจมตี
  • รับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต

ทางด้านเอกอัครราชทูตอิหร่านได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์และรับที่จะรายงานการประท้วงของไทยให้รัฐบาลอิหร่านทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคและความร่วมมืออื่นๆ

นอกจากนี้ รองปลัด กต. ยังได้แจ้งถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งของไทยต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ใช้ความยับยั้งชั่งใจและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงเพิ่มเติม
  2. กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูตเพื่อหาทางออกที่สันติ
  3. คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นลำดับสูงสุด

ไทยยังได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลอิหร่านสำหรับการอำนวยความสะดวกในการอพยพคนไทยออกจากประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม 2569 พร้อมขอให้ทางการอิหร่านดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาไทยที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในประเทศอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งมีรายงานการโจมตีเรือพาณิชย์หลายลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไทยหวังว่าการดำเนินการทางการทูตในครั้งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดและนำไปสู่ความร่วมมือที่สร้างสรรค์ในอนาคต