อดีตรองเลขาธิการ สมช. มองสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ อาจไม่ยืดเยื้อ ชี้ 20 มี.ค. เป็นจุดหักเหสำคัญ
อดีตรองเลขาธิการ สมช. มองสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ อาจไม่ยืดเยื้อ

อดีตรองเลขาธิการ สมช. มองเกมรบอิหร่าน-สหรัฐฯ อาจไม่ยืดเยื้อ ชี้ 20 มี.ค. เป็นจุดหักเหสำคัญ

พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการมุมการเมืองของไทยพีบีเอส โดยแสดงมุมมองเกี่ยวกับแผนการรบของสหรัฐอเมริกาที่มีต่ออิหร่าน เขามองว่าการโจมตีอาจไม่ยืดเยื้ออย่างที่หลายฝ่ายกังวล และคาดว่าช่วงวันที่ 20 มีนาคมนี้ อาจเห็นสัญญาณการเจรจาระหว่างสองฝ่าย

ยุทธศาสตร์การรบและแนวโน้มความขัดแย้ง

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า แม้คำว่ายืดเยื้ออาจหมายถึงหลายเดือนหรือเป็นปี แต่ในกรณีนี้ เขาไม่คิดว่าความขัดแย้งจะยาวนานขนาดนั้น โดยประมาณการว่าเต็มที่อาจอยู่ที่ 10 วันบวก เขาชี้ให้เห็นว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างพยายามบริหารจัดการอาวุธที่มีอยู่ โดยเฉพาะอิหร่านที่มีขีปนาวุธและโดรน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ขีปนาวุธน้อยลงเพื่อยืดเวลา ส่วนโดรนก็สามารถสร้างความเสียหายได้หลายจุด

เขากล่าวเสริมว่า "หากมองอย่างคนที่อยากรู้แนวโน้ม ให้ดูช่วงประมาณวันที่ 20 เดือนนี้ (มี.ค.) มันจะเห็นแนวโน้มว่าจะไปทิศทางไหน จะยืดอีกมั้ยหรือควรได้เวลาคุยกันจริงจังระหว่างสองฝ่าย" พล.ท.พงศกร อธิบายว่าวันที่ 20 มีนาคมนี้มีความสำคัญจากการคำนวณทางการทหารเกี่ยวกับการใช้อาวุธของทั้งสองฝ่าย สหรัฐฯ มีอาวุธจำกัดและมีค่าใช้จ่ายสูง หากยืดเยื้อเกิน 5 สัปดาห์ตามที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยพูด อาจสร้างความยุ่งยากได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทบาทของอิหร่านและความเป็นไปได้ในการเจรจา

พล.ท.พงศกร เน้นย้ำว่าคนกำหนดเกมในความขัดแย้งนี้ไม่ใช่สหรัฐฯ แต่เป็นอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านมีคลังอาวุธใต้ดินและศักยภาพในการทนทาน เขากล่าวว่า "ตอนนี้ดูว่าอิหร่านจะรักษาอำนาจของชนชั้นนำเดิมได้ขนาดไหน มันจะยืดเยื้อขนาดไหนต้องดูตัวกำหนดเกมอย่างอิหร่านว่าเขายอมได้แค่ไหน" นอกจากนี้ เขายังคาดว่าอาจมีการเจรจาลับเบื้องหลัง โดยรัสเซียพยายามเป็นตัวกลางเพื่อหาทางออก

เขายังชี้ให้เห็นถึงปัจจัยทางจิตวิทยาในการรบ โดยเปรียบเทียบกับกรณียูเครนที่ได้เปรียบรัสเซียจากการตั้งรับ และเน้นว่าอิหร่านเป็นต้นทางของนิกายชีอะห์ทั่วโลก ซึ่งหากอิหร่านล่มสลายอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิกายนี้ทั้งหมด

บทบาทของไทยในฐานะตัวกลางและหลักการระหว่างประเทศ

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับบทบาทของไทย หากอิหร่านหวังให้ไทยเป็นตัวกลางประสาน ขณะที่สหรัฐฯ พยายามขอใช้ฐานในประเทศไทย เช่น สนามบินอู่ตะเภา พล.ท.พงศกร กล่าวว่าไทยควรยึดหลักการทั่วไปและกฎหมายระหว่างประเทศ เขากล่าวว่า "เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เราต้องตัดสินใจในเขตอินโดแปซิฟิก แต่ถ้าอิหร่านอยากให้เราเป็นตัวกลางเราควรรับ เราควรเสนอตัวโดยยืนอยู่บนกฎเกณฑ์กฎหมายระหว่างประเทศ ต้องกล้าวิจารณ์ทุกฝ่าย"

เขาย้ำว่าประเทศไทยต้องไม่เลือกข้างแบบหลับหูหลับตา และควรวิจารณ์การกระทำที่ขัดต่อความยุติธรรม เช่น การรุกรานประเทศอื่น โดยเปรียบเทียบกับกรณีรัสเซียรุกรานยูเครนที่ไทยเคยประณาม

ในท้ายที่สุด พล.ท.พงศกร สรุปว่าการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องอาศัยความรอบคอบและหลักการที่ชัดเจน เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค