อิหร่านย้ำจุดยืนไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์ หวังลดความตึงเครียดในภูมิภาค
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า อิหร่านไม่มีความประสงค์ที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในทุกกรณี โดยเขาแสดงความหวังให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ได้รับทราบความจริงในข้อนี้ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้งที่กำลังคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ความคืบหน้าในการเจรจานิวเคลียร์ยังมีจำกัด
ขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาได้เผยผลการเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดว่า มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย และทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนที่ห่างไกลกันในหลายประเด็นสำคัญ พร้อมย้ำเตือนให้ทางการอิหร่านเร่งตัดสินใจทำข้อตกลงกับรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่ทางเลือกทางการทูตจะหมดลง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการระบุเส้นตายที่ชัดเจนว่าผู้นำสหรัฐฯ จะรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจใช้กำลังทางการทหารไปจนถึงจุดใด
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยความเคลื่อนไหวซ่อมแซมฐานทหาร
ในเวลาเดียวกัน มีการเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมจากช่วงปี 2567-2568 และภาพล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเผยให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของอิหร่านในบริเวณสถานที่ทางการทหลายแห่งที่เคยถูกโจมตี ภาพเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ เช่น
- ศูนย์วิจัยทางทหารพาร์ชิน
- ศูนย์นิวเคลียร์อิสฟาฮาน
- ภูเขาใกล้โรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์
- ฐานยิงขีปนาวุธทางตอนใต้ของเมืองชีราซและเมืองกอม
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในแต่ละจุดพบความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน อาทิ การสร้างกำแพงคอนกรีต การใช้ดินกลบเพื่อพรางตาและฝังกลบทางเข้าอุโมงค์ รวมถึงการสร้างป้อมทางเข้าและซ่อมแซมฐานยิงขีปนาวุธที่ได้รับความเสียหาย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีขึ้นหลังจากคณะผู้แทนของสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเพิ่งเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 2 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีโอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
อิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุความเข้าใจเบื้องต้น
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุความเข้าใจในแนวทางของหลักการการเจรจานิวเคลียร์ร่วมกันได้แล้วในเบื้องต้น แม้ว่าจะยังไม่ใช่สัญญาณของการบรรลุข้อตกลงที่สมบูรณ์ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่อาจนำไปสู่การเจรจารอบที่ 3 ในอนาคตอันใกล้
รัสเซียส่งเรือร่วมซ้อมรบกับอิหร่าน
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เปิดเผยภาพนาทีที่เรือคอร์เวต "สตอยคี" เดินทางถึงท่าเรือบันดาร์ อับบาส ของอิหร่าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมรบทางเรือร่วมกันครั้งสำคัญในพื้นที่ทะเลโอมานและมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวของกองทัพเรือรัสเซียในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์การประสานรอยร้าวและกระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสองประเทศ
กองทัพรัสเซียระบุว่าภารกิจหลักคือการประสานงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือพาณิชย์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญระดับโลก



