อดีตรัชทายาทอิหร่านเรียกร้องสหรัฐฯ โจมตีรัฐบาลอิหร่าน ท่ามกลางการชุมนุมใหญ่ในเยอรมนี-แคนาดา
เรซา ปาห์ลาวี อดีตรัชทายาทแห่งราชวงศ์อิหร่าน ปรากฏตัวในเวทีการประชุมความมั่นคงมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมเรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พิจารณาใช้มาตรการทางทหารเข้าโจมตีผู้ปกครองอิหร่าน โดยอดีตรัชทายาทชี้ว่า การเจรจาทางการทูตไม่มีความหมายอีกต่อไป และเป็นเพียงการแสดงเพื่อบังหน้าการปราบปรามประชาชนชาวอิหร่านอย่างโหดเหี้ยม
การชุมนุมใหญ่สนับสนุนชาวอิหร่านในเยอรมนีและแคนาดา
ขณะเดียวกัน การชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นทั้งในเยอรมนีและแคนาดา เพื่อสนับสนุนชาวอิหร่านในการต่อสู้โค่นล้มรัฐบาล โดยในนครมิวนิก ประเทศเยอรมนี ผู้ประท้วงกว่า 250,000 คน รวมตัวบริเวณลานใจกลางเมืองเพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวอิหร่านในการประท้วงคัดค้านรัฐบาล การชุมนุมครั้งนี้กลายเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของมิวนิกในรอบหลายปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเวทีการประชุมความมั่นคงมิวนิกที่มีผู้นำโลกเข้าร่วมจำนวนมาก
กลุ่มผู้ประท้วงชูคำขวัญและใช้ธงชาติอิหร่านยุคก่อนปฏิวัติปี 1979 เป็นสัญลักษณ์ พร้อมเรียกร้องให้ยุติระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม และสนับสนุนเรซา ปาห์ลาวี อดีตรัชทายาทของพระเจ้าชาห์ ผู้ปกครองอิหร่านในอดีต ให้ขึ้นเป็นผู้นำในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ชนวนเหตุสำคัญของการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ คือการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างรุนแรง ซึ่งกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 7,000 คน ขณะที่รายงานบางกระแสระบุว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมอาจพุ่งสูงถึง 30,000 - 40,000 คน เนื่องจากเจ้าหน้าที่อิหร่านใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมอย่างเต็มที่
การชุมนุมในแคนาดาและความเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกา
ส่วนที่นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา กลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากซึ่งคาดว่าแตะหลักแสนคน รวมตัวชุมนุมใหญ่เพื่อแสดงพลังเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมใจกันเคลื่อนไหวตามคำเรียกร้องของเรซา ปาห์ลาวี ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานหลายสื่อที่ระบุว่า กองทัพสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หากผู้นำสหรัฐอเมริกาไฟเขียว
เจ้าหน้าที่ที่ทราบข้อมูลภายในคนหนึ่ง เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐอเมริกาอาจโจมตีสถานที่ราชการและฐานความมั่นคงของอิหร่าน ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์เท่านั้น โดยปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจง ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เดินทางจากทะเลแคริบเบียนมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ที่จะประจำการในภูมิภาคดังกล่าว หลังสหรัฐอเมริกาส่งเรือ USS Abraham Lincoln เข้าประจำการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามเพียง 3,117 คนเท่านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นการจงใจรายงานตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง สะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ



