เจอาร์คลุมสะพานปงเนิฟด้วยถ้ำยักษ์ สะท้อนสังคมโซเชียลมีเดีย
เจอาร์คลุมสะพานปงเนิฟด้วยถ้ำยักษ์ สะท้อนสังคมโซเชียล

สะพานปงเนิฟกลายเป็นถ้ำยักษ์

สะพานปงเนิฟ (Pont Neuf) สะพานข้ามแม่น้ำแซนที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงปารีส กลายเป็นผลงานศิลปะขนาดมหึมา หลังจาก เจอาร์ (JR) ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังชาวฝรั่งเศส คลุมสะพานด้วยโครงสร้างเป่าลมขนาดยักษ์ให้ดูราวกับถ้ำหินยุคโบราณ พร้อมสอดแทรกแนวคิดสะท้อนสังคมยุคโซเชียลมีเดีย

ภาพของสะพานปงเนิฟสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) เมื่อแลนด์มาร์กอายุกว่า 400 ปีแห่งนี้ถูกกลืนหายจนดูคล้ายกับหุบเขาหินปูนขนาดยักษ์

La Caverne du Pont Neuf: ถ้ำแห่งสะพานปงเนิฟ

ผลงานศิลปะชิ้นนี้มีชื่อว่า La Caverne du Pont Neuf (ถ้ำแห่งสะพานปงเนิฟ) เป็นฝีมือของ เจอาร์ ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้ได้รับฉายาว่า แบงก์ซีแห่งฝรั่งเศส เขาต้องการนำกลิ่นอายของแร่ธาตุและธรรมชาติกลับคืนสู่ใจกลางเมืองหลวง โดยระบุว่านี่ไม่ใช่การปกปิดสะพาน แต่เป็นการเผยให้เห็นเนื้อแท้ของหินปูน ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ขุดขึ้นมาเพื่อสร้างเมืองปารีสในอดีต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การสูบลมเข้าสู่โครงสร้างผ้าขนาดยักษ์นี้เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนหลังจากต้องเลื่อนกำหนดการเดิมเนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ตื่นเต้นที่สุดของโปรเจกต์ที่ซุ่มเตรียมการมานานกว่าหนึ่งปี

รายละเอียดของโครงสร้างถ้ำยักษ์

โครงสร้างของถ้ำแห่งนี้มีความยาว 120 เมตร ความสูง 18 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 6 ชั้น มีน้ำหนักประมาณ 5 ตัน เนื่องจากโครงสร้างเกือบทั้งหมดคืออากาศ ปริมาตรกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตรที่บรรจุอยู่ภายในซุ้มผ้าจำนวน 80 ซุ้ม ส่วนผ้าที่ใช้คลุมถูกเย็บด้วยมือโดยช่างฝีมือ 25 คนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของแคว้นบริตตานี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วิศวกรของเจอาร์ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทดสอบระบบในโรงจอดเครื่องบินที่สนามบินออร์ลี เพื่อจำลองสถานการณ์หากระบบจ่ายลมขัดข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าก้อนหินจำลองนี้จะค่อยๆ ยุบตัวลงอย่างปลอดภัย โดยไม่มีชิ้นส่วนใดเจาะหรือทำลายเนื้อหินประวัติศาสตร์ของสะพานแม้แต่น้อย

แรงบันดาลใจจากศิลปินในตำนาน

งานศิลปะชิ้นนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกถึง คริสโต และ ฌอง-โคลด (Christo and Jeanne-Claude) คู่รักศิลปินในตำนานที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ห่อสะพานปงเนิฟด้วยผ้าสีทองอร่ามเมื่อปี 1985 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้จุดกระแสงานศิลปะเชิงอนุสรณ์ (Monumental Art) ในเมืองใหญ่ จนทำให้จัตุรัสข้างสะพานได้รับการตั้งชื่อตามพวกเขา

ความหมายเชิงปรัชญา

นอกจากความสวยงามแล้ว เจอาร์ยังซ่อนความหมายเชิงปรัชญาเพื่อเตือนสติผู้คน โดยอิงจาก ข้ออุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำของเพลโต (Plato’s Allegory of the Cave) ที่นักโทษในถ้ำมักทึกทักเอาว่าเงาบนผนังคือความจริง เจอาร์อธิบายว่า ทุกวันนี้ถ้ำของเราคืออะไร? มันคือโทรศัพท์มือถือของเรา เพราะพวกเราเชื่อว่าอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดียคือความจริงทั้งหมด

แต่ความย้อนแย้งที่งดงามคือ เมื่อผู้เข้าชมเดินเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำที่มืดมิด พวกเขาก็ยังคงยกโทรศัพท์ขึ้นมา โดยงานนี้ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Snap เพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นจริงเสริม (AR) ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น พร้อมคลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีต่ำทุ้มแนวแร่ธาตุจากฝีมือของ โทมัส บังกัลเตอร์ (Thomas Bangalter) อดีตสมาชิกวงอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง Daft Punk

รายละเอียดนิทรรศการ

นิทรรศการ La Caverne du Pont Neuf ได้รับการสนับสนุนเงินทุนทั้งหมดจากการขายผลงานของเจอาร์และพันธมิตรภาคเอกชน โดยไม่มีการใช้เงินภาษีของประชาชนแม้แต่ยูโรเดียว โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการปิดการจราจรบนสะพาน โดยผู้คนสามารถมองเห็นถ้ำยักษ์นี้ได้จากทั้งริมตลิ่ง เรือสำราญในแม่น้ำแซน หรือแม้กระทั่งจากบนยอดหอไอเฟล ซึ่งจะจัดขึ้นตรงกับช่วงปารีสแฟชั่นวีก วันดนตรีโลก (World Music Day) และเทศกาลศิลปะโต้รุ่ง (Nuit Blanche) พอดี

เมื่อนิทรรศการสิ้นสุดลง โครงสร้างผ้าทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล เพราะศิลปินมักกล่าวเสมอว่า อากาศจะไม่ทิ้งรอยแผลใด ๆ ไว้ จากนั้นสะพานปงเนิฟที่เก่าแก่กว่ายุคสาธารณรัฐและยุคปฏิวัติฝรั่งเศส จะกลับมาปรากฏโฉมงดงามดังเดิม ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น