อิหร่านขู่ขยายสงครามนอกตะวันออกกลางหากสหรัฐโจมตีซ้ำ
กองทัพอิหร่านขู่ว่า หากสหรัฐฯ กลับมาโจมตีประเทศของพวกเขาอีกครั้ง สงครามที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นจะขยายวงออกไปนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาเกือบจะสั่งเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
สถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุด
เป็นเวลา 6 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่ทรัมป์สั่งระงับปฏิบัติการ อีปิก ฟิวรี (Epic Fury) เพื่อเจรจาหาทางยุติสงครามกับอิหร่าน แต่จนถึงตอนนี้ การเจรจากลับไม่มีความคืบหน้า สัปดาห์นี้อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่สหรัฐฯ ทว่ารายละเอียดที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังคงเป็นเงื่อนไขเดิมที่ทรัมป์เคยปฏิเสธไปแล้ว ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ การชดเชยความเสียหายจากสงคราม การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การปล่อยอายัดทรัพย์สิน และการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่
เมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวซ้ำว่าเขาเกือบจะสั่งการให้เปิดฉากทิ้งระเบิดระลอกใหม่ แต่ได้ระงับการตัดสินใจในนาทีสุดท้ายเพื่อให้เวลากับการทูตมากขึ้น “ในวันนี้ ผมอยู่ห่างจากการตัดสินใจสั่งการเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
อิหร่านได้ข่มขู่ซ้ำหลายครั้งว่าจะตอบโต้การโจมตีครั้งใหม่ ด้วยการโจมตีประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ และในวันพุธนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณเป็นนัยว่าอาจจะโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลออกไปกว่านั้นด้วย “หากมีการรุกรานอิหร่านซ้ำอีก สงครามในภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้จะขยายออกไปเกินกว่าภูมิภาคนี้” กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐบาล
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การขยายสงครามออกนอกตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอิหร่านตัดสินใจโจมตีเป้าหมายในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรปหรือเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศชี้ว่า สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้างซึ่งยากต่อการควบคุม
ขณะนี้ประชาคมระหว่างประเทศกำลังจับตาดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด โดยหลายประเทศเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามครั้งใหญ่ที่อาจสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล



