นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศว่า อิสราเอลจะเดินหน้ายึดครองเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา แม้จะเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อพลเรือนที่หลบภัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
แผนการยึดครองราฟาห์
เนทันยาฮูกล่าวว่า การยึดครองราฟาห์เป็นส่วนหนึ่งของแผนการกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ซึ่งอิสราเอลเชื่อว่ากำลังพลและอาวุธของกลุ่มยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นี้ แม้จะมีการอพยพพลเรือนออกไปแล้วบางส่วน แต่ยังคงมีผู้คนอีกจำนวนมากติดอยู่ในเมือง
เสียงคัดค้านจากนานาชาติ
สหรัฐฯ และองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งออกมาเตือนว่า การโจมตีราฟาห์จะทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1.4 ล้านคนอาศัยอยู่ในเต็นท์และที่พักพิงชั่วคราว ขาดแคลนอาหาร น้ำ และเวชภัณฑ์
- สหประชาชาติเรียกร้องให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในราฟาห์
- สหภาพยุโรปแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเรือน
- กลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่าการโจมตีอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
ปฏิกิริยาจากกลุ่มฮามาส
กลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ประณามการตัดสินใจของเนทันยาฮู และขู่จะตอบโต้ด้วยการโจมตีครั้งใหม่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมโลกหยุดยั้งอิสราเอล
สถานการณ์ในพื้นที่
รายงานจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่ระบุว่า กองทัพอิสราเอลได้เพิ่มกำลังทหารบริเวณชายแดนติดกับราฟาห์ และมีการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับผู้บาดเจ็บได้ทัน
ขณะเดียวกัน ความพยายามเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังคงไร้ความคืบหน้า โดยทั้งสองฝ่ายยืนกรานในจุดยืนของตนเอง อิสราเอลต้องการให้ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด ในขณะที่ฮามาสเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากกาซาอย่างสมบูรณ์



