ผู้นำวัย 82 ปี สาบานตนรับตำแหน่งสมัยที่ 5 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 นายเดอนี ซัสซู-เอ็นเกสโซ วัย 82 ปี ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโกสมัยที่ 5 อย่างเป็นทางการ ณ กรุงบราซซาวิล เมืองหลวงของประเทศ โดยพิธีดังกล่าวมีผู้นำหลายประเทศในแอฟริกาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สร้างความสนใจจากนานาชาติต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศในแอฟริกากลางแห่งนี้
ชัยชนะเลือกตั้งถล่มทลายและคำมั่นสัญญาในการพัฒนา
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่า นายซัสซู-เอ็นเกสโซ ชนะการเลือกตั้งตั้งแต่รอบแรกด้วยคะแนนเสียงสูงถึง 94.90% โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า 84% หลังสาบานตน เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ เร่งสร้างงานให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาว พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ
เขาระบุว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน แม้ผู้สังเกตการณ์จากสหภาพแอฟริกาจะชื่นชมว่ากระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสงบและเรียบร้อย แต่ผู้สมัครฝ่ายค้านทั้ง 6 คนได้ออกมาร้องเรียนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น และยอดผู้มาใช้สิทธิจริงต่ำกว่าที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
ประวัติศาสตร์การครองอำนาจยาวนานและปัญหาทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วง
นายซัสซู-เอ็นเกสโซ ขึ้นสู่อำนาจครั้งแรกในปี 2522 และปกครองประเทศจนถึงปี 2535 ก่อนกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 2540 หลังสงครามกลางเมืองยาวนาน 4 เดือน รวมแล้วเขามีระยะเวลาบริหารประเทศยาวนานถึง 41 ปี อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐคองโกยังคงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจหนัก โดยธนาคารโลกระบุว่า หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ 94.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
นอกจากนี้ ประชากรกว่า 5.7 ล้านคนของประเทศ มากกว่าครึ่งยังอยู่ใต้เส้นความยากจน และ 47% ของประชากรทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายด้านการจ้างงานและสวัสดิการในระยะยาวที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ไข
- ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 94.90%
- ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า 84%
- หนี้สาธารณะสูงถึง 94.5% ของ GDP
- ประชากรกว่า 50% อยู่ใต้เส้นความยากจน
การสาบานตนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวังและความกังวลของประชาชนคองโก ที่เฝ้าจับตาดูว่ารัฐบาลจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจและลดปัญหาความยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่



