อิหร่านส่งคณะผู้แทน 71 ชีวิตลุยเจรจาสหรัฐฯ ที่ปากีสถาน จับตาข้อเสนอ 15 ข้อ "ทรัมป์"
สื่อทางการอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้ส่งคณะผู้แทนจำนวนมากถึง 71 คน เดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อเตรียมการเจรจากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญและความซับซ้อนอย่างยิ่งของการหารือในครั้งนี้ โดยรายงานจากสำนักข่าว Tasnim ระบุว่า คณะผู้แทนจากอิหร่านที่เดินทางไปยังปากีสถานครั้งนี้ มีจำนวนมากถึง 71 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เจรจาหลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ตัวแทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ความมั่นคง
ทีมเจรจาขนาดใหญ่เพื่อรองรับการหารือที่ละเอียดอ่อน
แหล่งข่าวระบุว่า การจัดทีมขนาดใหญ่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการหารือที่มีความละเอียดอ่อนสูง โดยคณะผู้แทนอิหร่านนำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และมี อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศร่วมอยู่ในทีมเจรจาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการจัดการกับประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา
เปิดบางส่วน "ข้อเสนอ 15 ข้อ" ของทรัมป์
แม้ว่ารายละเอียดทั้งหมดของข้อเสนอจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังไม่ถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์ แต่มีรายงานว่าแผน 15 ข้อของ โดนัลด์ ทรัมป์ มีสาระสำคัญ เช่น การให้อิหร่านรับรองว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง การจำกัดขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกโดยตรง
สหรัฐฯ ส่งคณะผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมเจรจา
นอกจากนี้ มีรายงานว่าทางฝั่งของสหรัฐอเมริกาก็ส่งคณะผู้แทนระดับสูงทีมใหญ่เข้าร่วมการเจรจาเช่นกัน โดยนำโดยเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษ และจาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายให้กับการเจรจาครั้งนี้
การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง
การส่งคณะผู้แทนขนาดใหญ่ของอิหร่านและข้อเสนอที่เข้มข้นจากฝั่งสหรัฐอเมริกา ทำให้การเจรจาที่ปากีสถานครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์อิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ และความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานของโลกโดยตรง และอาจกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต



