ทรัมป์ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมง เปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือเจรจา เตือนหายนะกำลังใกล้
ทรัมป์ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมง เปิดช่องแคบฮอร์มุซ (04.04.2026)

ในวิกฤตการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงการณ์คำขาดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ในวันนี้ (4 เมษายน 2569) โดยให้เวลาแก่อิหร่านเพียง 48 ชั่วโมง เท่านั้น เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นอิสระ พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักแน่นว่า "ก่อนที่หายนะจะตามมา" หากไม่ปฏิบัติตามคำขาดนี้

คำขาด 48 ชั่วโมงที่กำลังจะหมดลง

ทรัมป์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เวลาอิหร่านถึง 10 วันในการตัดสินใจ แต่เวลาดังกล่าวกำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงไม่ถึงสองวันเท่านั้นก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไปอีก "เราให้โอกาสพวกเขาแล้ว แต่ตอนนี้เหลือแค่ 48 ชั่วโมงก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวผ่านโพสต์บน Truth Social

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

การยื่นคำขาดครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังดำเนินภารกิจค้นหาและช่วยเหลือนักบินอเมริกันอีกหนึ่งนายที่สูญหายไป หลังจากที่เครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกโดยอิหร่านเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทางด้านอิหร่านเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยทางการได้เร่งไล่ล่าตัวนักบินอเมริกันที่หายไปในพื้นที่ พร้อมกับประกาศตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 10,000 ล้านโตมาน หรือประมาณ 2 ล้านบาทไทย เพื่อจับกุมนักบินรายนี้ให้ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการต่อต้านสหรัฐฯ ในวิกฤตครั้งนี้

ปฏิกิริยาจากอิหร่านและสถานการณ์โดยรอบ

อิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยเมินเฉยต่อข้อเสนอเจรจาจากสหรัฐฯ ที่ปากีสถาน และประกาศว่าการหารือเพื่อหยุดยิงได้มาถึงทางตันแล้ว ส่งผลให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าเครื่องบินรบลำที่สองของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในคูเวต ซึ่งทำให้กองทัพสหรัฐฯ เร่งค้นหานักบิน F-15E อย่างเต็มที่ และเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่มากขึ้น

ผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้นอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรง
  • ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกอาจถูกปิดกั้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก
  • ความปลอดภัยของนักบินอเมริกันที่สูญหายยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลและอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งเพิ่มเติม
  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยรวมอาจเลวร้ายลง หากไม่มีการเจรจาหรือข้อตกลงที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด

วิกฤตครั้งนี้กำลังถูกจับตามองจากนานาชาติ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านความมั่นคงและการค้าโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งมายาวนาน