ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ประกาศใช้กฎอัยการศึกอย่างกะทันหันเมื่อคืนที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปีที่ประเทศใช้มาตรการดังกล่าว ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น
สาเหตุของการประกาศกฎอัยการศึก
การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่รัฐสภาเกาหลีใต้ซึ่งมีฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างมาก ได้ยื่นญัตติถอดถอนเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงประธานคณะกรรมการตรวจสอบบัญชี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดี นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังพยายามลดงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต
ประธานาธิบดียุนกล่าวหาฝ่ายค้านว่าเป็น "กองกำลังต่อต้านรัฐ" ที่พยายามทำให้ประเทศไร้เสถียรภาพ และประกาศว่ากฎอัยการศึกจะช่วยปกป้องประเทศจากภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและกำจัดองค์ประกอบที่สนับสนุนเกาหลีเหนือ
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
สหรัฐอเมริกาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในเกาหลีใต้ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึก และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักนิติธรรม
ญี่ปุ่นและจีนต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
ผลกระทบต่อประชาชน
ภายใต้กฎอัยการศึก กิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดถูกสั่งห้าม รวมถึงการชุมนุมประท้วงและการดำเนินการของพรรคการเมือง สื่อมวลชนอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล และมีการประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้า
ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยมีการรวมตัวประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงโซล แม้จะมีความเสี่ยงถูกจับกุม
อนาคตของเกาหลีใต้
นักวิเคราะห์มองว่าการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้เป็นความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงต่อประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ ซึ่งเคยผ่านการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างยากลำบากมาก่อน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ขณะนี้กองทัพเกาหลีใต้ได้เข้าควบคุมพื้นที่สำคัญในกรุงโซล และมีการตั้งจุดตรวจรักษาความปลอดภัยทั่วเมือง ประชาชนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ



