กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 4-6 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์นี้
สาเหตุของอากาศแปรปรวน
สำนักข่าวรายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดลมแรงและอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 12-16 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกจะอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส
ผลกระทบต่อสุขภาพ
แพทย์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน
สถานการณ์ภาคใต้
ในขณะเดียวกัน ภาคใต้ตอนล่างจะได้รับผลกระทบจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีปริมาณฝนสะสม 50-100 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
คลื่นลมแรงในอ่าวไทย
กรมอุตุนิยมวิทยายังได้เตือนชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือในอ่าวไทยให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากคลื่นลมจะมีกำลังแรง โดยคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
- ติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
- เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวและเครื่องนอนที่เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการผิงไฟหรือใช้เครื่องทำความร้อนในที่อับอากาศ
- เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายต่อพืชผลและสัตว์เลี้ยง
- ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมแผนอพยพ
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย



