องค์การนาซาและองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA รายงานว่าปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1880 โดยอุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 ถึง 1.28 องศาเซลเซียส และสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.47 องศาเซลเซียส ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมาย 1.5 องศาที่กำหนดในข้อตกลงปารีส
ข้อมูลจากนาซาและ NOAA
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันการศึกษาอวกาศก็อดดาร์ดของนาซา ระบุว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน ซึ่งมาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการตัดไม้ทำลายป่า
ผลกระทบของอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ปี 2024 เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงหลายครั้ง เช่น คลื่นความร้อนในเอเชีย ไฟป่าในอเมริกาเหนือ และพายุเฮอริเคนที่รุนแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าหากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น
- คลื่นความร้อนในอินเดียและปากีสถานทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
- ไฟป่าในแคลิฟอร์เนียเผาผลาญพื้นที่หลายหมื่นเฮกตาร์
- พายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกมีความรุนแรงระดับ 5 มากกว่าปกติ
แนวโน้มในอนาคต
แม้จะมีความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ปี 2024 แสดงให้เห็นว่าโลกยังคงร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์คาดว่าปี 2025 อาจร้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น
นาซาและ NOAA เน้นย้ำว่าการดำเนินการเพื่อลดโลกร้อนเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยทุกประเทศต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด



