เสียงปืนดังใกล้ทำเนียบขาว มีผู้ถูกยิง 2 ราย ตรึงกำลังแน่น
เสียงปืนดังใกล้ทำเนียบขาว มีผู้ถูกยิง 2 ราย

เกิดเหตุเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดบริเวณใกล้ทำเนียบขาวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรักษาความมั่นคงต้องระดมกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่โดยทันทีเพื่อความปลอดภัย โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาพำนักอยู่ภายในทำเนียบขาวในขณะที่เกิดเหตุด้วย

เหตุการณ์ยิงกันใกล้ทำเนียบขาว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณใกล้กับทางแยกถนนเพนซิลเวเนียตัดกับถนนตะวันตกเฉียงเหนือที่ 17 โดยหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) ได้รับรายงานว่ามีบุคคลหนึ่งกำลังยิงอาวุธปืน และได้ส่งเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเข้าตรวจสอบทันที เบื้องต้นมีผู้ถูกยิง 2 รายจากการเผชิญหน้ากับหน่วยอารักขาประธานาธิบดี

การตอบสนองของเจ้าหน้าที่

หลังจากเกิดเสียงปืน ตำรวจได้นำกำลังเข้าปิดกั้นทางเข้าออกทำเนียบขาวทั้งหมด ขณะที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) กันไม่ให้นักข่าวเข้าไปภายในพื้นที่เกิดเหตุ นายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า FBI ได้เดินทางถึงจุดเกิดเหตุแล้วและกำลังสนับสนุนหน่วยอารักขาประธานาธิบดีในการรับมือกับเหตุการณ์นี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำบอกเล่าของพยาน

เรด เอเดรียน นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า "พวกเราได้ยินเสียงดังประมาณ 20 ถึง 25 นัด ซึ่งตอนแรกฟังดูเหมือนเสียงจุดพลุ แต่จริงๆ แล้วมันคือเสียงปืน จากนั้นทุกคนก็เริ่มวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน" ขณะที่ผู้สื่อข่าวที่อยู่บริเวณสนามหญ้าฝั่งทิศเหนือของทำเนียบขาว (North Lawn) ต่างโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่าได้รับคำสั่งให้รีบวิ่งหนีและเข้าไปหลบภัยภายในห้องแถลงข่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หลักฐานจากสื่อมวลชน

เซลีนา หวัง ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ABC News ซึ่งกำลังอัดคลิปวิดีโอเพื่อลงโซเชียลมีเดียในจังหวะที่เกิดเหตุยิงกันพอดี สามารถบันทึกเสียงปืนเอาไว้ได้ในขณะที่เธอรีบหมอบลงกับพื้น ด้านโฆษกของหน่วยอารักขาประธานาธิบดีส่งข้อความสั้นถึงสำนักข่าว AFP ว่าทางหน่วยงานกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังปฏิบัติภารกิจเพื่อเจรจาข้อตกลงกับประเทศอิหร่าน ซึ่งทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบขาวถูกเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป