กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศอนุมัติการขายอาวุธให้แก่อิสราเอลมูลค่ารวมเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมถึงเครื่องบินรบ F-15 และขีปนาวุธอากาศสู่พื้น ภายใต้ข้อตกลงที่คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง
รายละเอียดข้อตกลง
การอนุมัติครั้งนี้ประกอบด้วยการขายเครื่องบินรบ F-15 จำนวน 50 ลำ มูลค่าประมาณ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมด้วยขีปนาวุธอากาศสู่พื้น AIM-120C-8 AMRAAM และขีปนาวุธอื่นๆ มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงนี้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่ต้องการรักษาความมั่นคงของอิสราเอล
เสียงวิพากษ์วิจารณ์
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งออกมาคัดค้านการขายอาวุธครั้งนี้ โดยชี้ว่าอิสราเอลอาจนำอาวุธไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในดินแดนปาเลสไตน์ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าการขายอาวุธเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและมีมาตรการป้องกันการละเมิด
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา นักวิเคราะห์มองว่าอาวุธเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางทหารของอิสราเอลในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามต่างๆ
- เครื่องบินรบ F-15 ถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพอากาศอิสราเอล
- ขีปนาวุธ AIM-120C-8 มีพิสัยไกลและแม่นยำสูง
- ข้อตกลงนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาสหรัฐฯ ก่อนมีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ให้แก่อิสราเอล โดยในปีงบประมาณ 2023 สหรัฐฯ อนุมัติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์



