เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบฉุกเฉิน 18 ล้านบาร์เรลจากยูเออี
เกาหลีใต้ได้น้ำมันดิบฉุกเฉิน 18 ล้านบาร์เรลจากยูเออี (18.03.2026)

เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบฉุกเฉิน 18 ล้านบาร์เรลจากยูเออี

ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล รัฐบาลเกาหลีใต้ได้บรรลุข้อตกลงสำคัญกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในการจัดส่งน้ำมันดิบเป็นกรณีเร่งด่วนเพิ่มอีก 18 ล้านบาร์เรล พร้อมได้รับสิทธิ์เป็น "ลำดับความสำคัญสูงสุด" ในการจัดส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะไม่เผชิญภาวะขาดแคลนพลังงาน

รายละเอียดการจัดส่งและความร่วมมือ

นายคัง ฮุน-ชิก เลขาธิการทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยหลังเดินทางกลับจากการเยือนยูเออีอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลยูเออีให้คำมั่นสัญญาจะให้ความสำคัญกับเกาหลีใต้เป็นอันดับแรกในการจัดส่งน้ำมันดิบ โดยระบุว่า "ยูเออีจะจัดส่งน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรล โดยเรือที่ติดธงยูเออี 3 ลำ และอีก 12 ล้านบาร์เรลจะถูกส่งมอบโดยเรือที่ติดธงเกาหลี 6 ลำ" และย้ำว่า "ยูเออีให้สัญญากับเราอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีประเทศใดได้รับน้ำมันดิบก่อนเกาหลีใต้ และเราคือลำดับความสำคัญหมายเลข 1 ในการจัดส่งน้ำมันของเขา"

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังตกลงในมาตรการจัดซื้อน้ำมันดิบฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ ทำให้เกาหลีใต้สามารถสำรองน้ำมันเพิ่มเติมได้รวม 24 ล้านบาร์เรล แบ่งเป็นข้อตกลงเดิม 6 ล้านบาร์เรล และจากข้อตกลงครั้งล่าสุด 18 ล้านบาร์เรล ทั้งสองฝ่ายมีแผนจะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบ รวมถึงการสำรวจเส้นทางขนส่งทางเลือกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานการณ์พลังงานและมาตรการรับมือ

สงครามที่ปะทุขึ้นส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก ต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี เนื่องจากประเทศมีความต้องการใช้พลังงานสูงถึงประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลสิ้นปี 2024) ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้เร่งอพยพชาวเกาหลีใต้ที่พำนักระยะสั้นในยูเออีกลับประเทศแล้วกว่า 3,000 คน เพื่อความปลอดภัย

นายคังย้ำว่า "เราได้หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดด้านอุปทานน้ำมันดิบไปได้แล้ว และอย่างน้อยที่สุด เกาหลีใต้จะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนพลังงานในระยะนี้" แม้จะมีรายงานข่าวเรื่องความร่วมมือด้านอื่น แต่เขาปฏิเสธให้รายละเอียดว่ามีการหารือเรื่องการส่งออกอาวุธระหว่างการเยือนครั้งนี้หรือไม่ โดยระบุว่าไม่เหมาะสมที่จะนำประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับเรื่องน้ำมันดิบ

ความสัมพันธ์และความร่วมมือในอนาคต

การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงเดือนของนายคัง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมมือในโครงการมูลค่ากว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ด้วย นอกจากนี้ เขายังคงท่าทีระมัดระวังต่อคำถามที่ว่า สหรัฐฯ ได้ร้องขอให้เกาหลีใต้ส่งเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพื่อร่วมปฏิบัติการหรือไม่ โดยระบุว่า "ยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ และตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะให้คำตอบในทันที"

ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความพยายามของเกาหลีใต้ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานท่ามกลางวิกฤตการณ์โลก และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับยูเออีในฐานะพันธมิตรสำคัญ