สหรัฐฯ เปิดศึกการค้าใหม่ สอบสวน 16 ประเทศรวมไทย ภายใต้มาตรา 301
รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทางการค้าอย่างเป็นทางการภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 โดยมุ่งเป้าไปที่ 16 ประเทศคู่ค้าหลักที่มีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ซึ่งสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ ประเทศเหล่านี้รวมถึงไทยด้วย ซึ่งถูกจับตามองในประเด็นการระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักร
รายชื่อประเทศที่ถูกสอบสวนและประเด็นสำคัญ
การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมประเทศคู่ค้าที่มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก โดยมีรายชื่อประเทศที่ถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจน ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก ไต้หวัน เวียดนาม ไทย มาเลเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ สิ่งที่น่าสังเกตคือ แคนาดาซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับสองของสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นเป้าหมายในการสอบสวนครั้งนี้
นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดเผยว่า การสอบสวนอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหม่กับบางประเทศภายในฤดูร้อนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ที่กำลังถูกจับตามองจากการขยายฐานการผลิตของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่าง BYD ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นการระบายกำลังการผลิตส่วนเกินที่อาจทำลายกลไกตลาดโลก
มาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงงานบังคับ
นอกจากประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินแล้ว USTR ยังเตรียมประกาศการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 อีกหนึ่งกรณีในเร็วๆ นี้ เพื่อห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ โดยการตรวจสอบจะขยายขอบเขตไปมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรการจากเดิมที่เน้นเฉพาะภูมิภาคซินเจียงของจีน มาเป็นการบังคับใช้ในระดับสากลมากขึ้น
ภูมิหลังและแรงจูงใจทางการเมือง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มาตรการภาษีแบบครอบคลุมของทรัมป์นั้นผิดกฎหมาย ส่งผลให้ทรัมป์ต้องใช้กฎหมายมาตรา 122 เพื่อจัดเก็บภาษีชั่วคราว 10% เป็นเวลา 150 วัน ซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนกรกฎาคมนี้ ดังนั้น USTR จึงเร่งสรุปผลการสอบสวนมาตรา 301 ให้ทันก่อนที่กำแพงภาษีชั่วคราวจะสิ้นสุดลง
การสอบสวนนี้เปิดโอกาสให้รัฐบาลทรัมป์สร้างข้ออ้างที่น่าเชื่อถือสำหรับการขู่กรรโชกภาษีต่อคู่ค้า และเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ มีกำหนดจะพบกับคู่เจรจาจากจีนในกรุงปารีสในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยวางรากฐานสำหรับการพบปะระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในกรุงปักกิ่งในปลายเดือนมีนาคม
โดยรวมแล้ว การดำเนินการนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของสหรัฐฯ ในการปกป้องฐานการผลิตภายในประเทศและสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าในเวทีโลก ภายใต้บรรยากาศความตึงเครียดทางการค้าที่ยังคงดำเนินต่อไป



