ความขัดแย้งตะวันออกกลางครบ 14 วัน ราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เข้าสู่วันที่ 14 แล้ว โดยส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่การโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาค และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น
วันนี้ (13 มีนาคม 2569) เกือบ 2 สัปดาห์หลังการปะทะระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยยังไม่เห็นสัญญาณของการคลี่คลาย ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือคำประกาศของผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ มอจตาบา คาเมเนอี ที่ให้คำมั่นว่าจะคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือพลังงานสำคัญของโลก การปิดช่องแคบดังกล่าวทำให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความกังวลอย่างมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีรายงานว่าทหารฝรั่งเศส 1 นาย เสียชีวิตในอิรัก รวมถึงนักวิชาการ 2 คน เสียชีวิตในเลบานอน นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตกในอิรัก
ราคาน้ำมันพุ่งสูงและสถานการณ์การค้า
ประเด็นสำคัญของสถานการณ์คือราคาน้ำมันพุ่งสูง รัฐบาลสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา อนุญาตให้ประเทศต่างๆ สามารถซื้อน้ำมันบางประเภทจากรัสเซียได้ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 สถานการณ์นี้ถือเป็นผลดีต่อรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งกำลังทำสงครามในยูเครนและต้องการรายได้จากแหล่งพลังงาน
การขู่ตอบโต้ของอิหร่านและคำเตือนจากผู้นำ
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC เตือนว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรวมถึงท่าเรือของอิหร่านถูกโจมตี IRGC จะทำให้แหล่งน้ำมันและก๊าซในภูมิภาค "ลุกเป็นไฟ" คำเตือนดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วตะวันออกกลาง
ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ว่าลูกเรือของเรือบรรทุกน้ำมันควรแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและแสดงความกล้าหาญ ตั้งแต่การสู้รบเริ่มต้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีเรือบรรทุกน้ำมัน เรือสินค้า และเรือประเภทอื่นอย่างน้อย 16 ลำ ถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวอาหรับ และอ่าวโอมาน
เหตุการณ์เครื่องบินตกและสารจากผู้นำอิหร่าน
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เครื่องบินเติมเชื้อเพนกลางอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตกในพื้นที่อิรักตะวันตกเมื่อวานนี้ (12 มีนาคม) กองทัพระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการโจมตีของศัตรูหรือการยิงพลาดจากฝ่ายเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหรือไม่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ CNN ว่า บนเครื่องบินลำดังกล่าวมีลูกเรืออย่างน้อย 5 คน
ผู้นำสูงสุดอิหร่าน มอจตาบา คาเมเนอี เผยแพร่ข้อความซึ่งถือเป็นสารฉบับแรกหลังรับตำแหน่ง ในข้อความนั้นเขาเตือนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิด และจะถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติกลับระบุในท่าทีที่แตกต่างออกไป ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลดลงตามทิศทางการปรับตัวลงของตลาดโลกในคืนก่อนหน้า
สถานการณ์ภาคสนามและการโจมตีต่างๆ
การโจมตีต่ออิสราเอล: เช้าวันนี้มีการยิงขีปนาวุธระลอกใหม่เข้าอิสราเอล การโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และอาคารหลายแห่งในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศได้รับความเสียหาย ก่อนหน้านั้น อิหร่านประกาศว่าจะยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล และระบุว่ากลุ่มติดอาวุธเฮซบอลลาห์ได้เปิดการโจมตีพร้อมกันจากตอนใต้ของเลบานอน
การโจมตีในเตหะราน-เบรุต: สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เช้าวันนี้มีเสียงระเบิดรุนแรงในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีได้พุ่งเป้าไปยังจุดตรวจที่เชื่อมโยงกับกองกำลังกึ่งทหารของอิหร่าน ในเวลาเดียวกัน อิสราเอลได้ขยายปฏิบัติการทางทหารต่อเฮซบอลลาห์ในเลบานอน รวมถึงพื้นที่ในกรุงเบรุต ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คำสั่งอพยพครั้งใหญ่ในเลบานอนอาจทำให้จำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นเกิน 1,000,000 คน ภายในไม่กี่วัน
การโจมตีในรัฐอ่าวเปอร์เซีย: หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียสามารถสกัดกั้นการโจมตีครั้งใหม่จากอิหร่านในเช้าวันนี้ มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดในพื้นที่ตอนกลางของดูไบ หลังระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดวัตถุที่พุ่งเข้ามา ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียสามารถยิงสกัดโดรนได้หลายสิบลำ และมีการเปิดไซเรนเตือนภัยในบาห์เรน
จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นและเหตุการณ์อื่นๆ
จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง:
- นักวิชาการ 2 คน เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเลบานอน
- ชาวต่างชาติ 2 คน เสียชีวิตในโอมาน
- เจ้าหน้าที่กาชาดอิหร่าน 3 คน ได้รับบาดเจ็บ
- เจ้าหน้าที่จากอิหร่านและเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,000 คนใน 2 ประเทศนี้
- นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกหลายสิบคนในประเทศอื่นๆ ทั่วภูมิภาค
ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิตในอิรัก: ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แอมานุแอล มาครง เปิดเผยว่า ทหารฝรั่งเศส 1 นายเสียชีวิต และอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก ผู้ว่าการเมืองเออร์บิลระบุว่า การโจมตีด้วยโดรนมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังเคิร์ดและทหารจากกองกำลังพันธมิตรนานาชาติ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่หลังเหตุโจมตี กลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ขู่ว่าจะโจมตีผลประโยชน์ของฝรั่งเศสในอิรักและในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในกรุงวอชิงตัน
แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยว่า ระหว่างการวางแผนปฏิบัติการทางทหาร หน่วยงานสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงเพนตากอนและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเมินการต่ำเกินไปว่าอิหร่านจะมีความตั้งใจปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้านประธานคณะกรรมาธิการสำคัญของวุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังวางแผนจัดการไต่สวนสาธารณะครั้งแรกเกี่ยวกับความขัดแย้งครั้งนี้ การไต่สวนดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เข้าร่วมให้การ จนถึงขณะนี้ สภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากยังไม่เคยจัดการไต่สวนสาธารณะเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เลย แต่มีรายงานว่ามีการประชุมลับสำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายครั้งแล้ว



