ศบก.เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น พบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย อพยพคนไทยแล้วกว่า 1,173 คน
ศบก.เผยตะวันออกกลางรุนแรง แรงงานไทยเสียชีวิต อพยพแล้ว 1,173 คน

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ออกมาแถลงสถานการณ์ล่าสุด พบว่าความรุนแรงในพื้นที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรงและขยายวงกว้างจากเป้าหมายทางทilitaryไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ได้

รายงานการโจมตีและความเสียหายที่เพิ่มขึ้น

ขณะนี้มีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่วนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะโรงงานก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ด้านอิหร่านประกาศตอบโต้และขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพลังงานในประเทศอาหรับ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดทางการอิหร่านยืนยันถึงการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกิจการข่าวกรองของอิหร่าน จากการโจมตีของอิสราเอล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย และความคืบหน้าในการอพยพ

นายปาณิดลกล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบในพื้นที่

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟได้รับแจ้งจากทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย เป็นแรงงานภาคการเกษตร 1 คน เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟได้ติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานงานกับกระทรวงแรงงานและทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟได้ออกประกาศเตือนเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนไทยในอิสราเอลมาโดยตลอด

สำหรับความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดเช้าวันที่ 19 มีนาคม มีคนไทย 2 คนเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว หลังออกจากอิหร่าน ข้ามพรมแดนไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานอพยพคนไทยอีก 4 คนจากเมืองบันดาร์อับบาส ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยคณะจะออกเดินทางจากอิหร่าน ข้ามพรมแดนไปยังตุรกีในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้ประสงค์เดินทางกลับโปรดแจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยเร็วที่สุด นายปาณิดลยังย้ำถึงผู้ที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด

สรุปจำนวนการอพยพและความพร้อมช่วยเหลือ

โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่งยังพร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำกับคนไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์การสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับไทยหรือประเทศที่สามแล้ว 1,173 คน