อิสราเอลทิ้งบอมบ์ในฉนวนกาซา ดับ 11 ศพ อ้างถล่มกลุ่มติดอาวุธ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายจุดในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพลเรือนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์
รายละเอียดการโจมตีและความเสียหาย
การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยกองกำลังอิสราเอลระบุว่า พวกเขามุ่งเป้าไปที่ผู้ก่อการร้ายเพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกลุ่มฮามาส และได้สังหารนักรบติดอาวุธที่ออกมาจากอุโมงค์ใต้ดินในพื้นที่ของฉนวนกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์เปิดเผยว่า การโจมตีของอิสราเอลได้พุ่งเป้าไปที่เต็นท์ที่พักของผู้พลัดถิ่นทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ ในขณะที่การโจมตีอีกครั้งทางตอนใต้ของฉนวนกาซาทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ศพ
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมปีก่อน ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงแทบไม่เว้นแต่ละวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในกาซาแล้วอย่างน้อย 600 ศพ
การโจมตีล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่การเตรียมการเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่สอง ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นคนกลาง กำลังดำเนินอยู่ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดตั้งองค์กรใหม่ชื่อว่า “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace)
ความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
คณะกรรมการดังกล่าวได้รับอาณัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในการจัดตั้งกองกำลังนานาชาติที่ได้รับมอบหมายให้รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนของฉนวนกาซา และดูแลการปลดอาวุธกลุ่มฮามาส
คณะกรรมการซึ่งมีกำหนดจะประชุมครั้งแรกที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ จะดูแลการจัดตั้งรัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ที่มาจากคณะผู้เชี่ยวชาญในฉนวนกาซา รวมถึงการบูรณะหลังสงครามด้วย
สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อขัดแย้งและความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง



