งบสหรัฐฯ ระเบิด 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 6 วันแรกสงครามอิหร่าน สภาคองเกรสซักฟอกทรัมป์
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้รายงานข้อมูลลับต่อสภาคองเกรส เผยให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการทำสงครามกับอิหร่านเพียง 6 วันแรก นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สูงเกินกว่า 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่านั้น โดยยังไม่ได้รวมงบประมาณในการเคลื่อนพลและจัดเตรียมยุทโธปกรณ์ก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมจะสูงกว่านี้อีกมหาศาล
ฝ่ายค้านรุมซักทรัมป์ถึงเป้าหมายสงคราม
หลังการประชุมปิดลับ สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตหลายคนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดย สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน ระบุว่า "เราเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของสงครามแล้ว แต่รัฐบาลทรัมป์ยังอธิบายไม่ได้ว่าเราเข้าสู่สงครามนี้ทำไม เป้าหมายคืออะไร และจะใช้วิธีไหนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น" ขณะนี้ ฝ่ายเดโมแครตกำลังผลักดันให้มีการเปิดอภิปรายสาธารณะและเรียกตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาให้ปากคำ เนื่องจากคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะมีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการรบในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ต่างกันผลาญงบประมาณ
ความแตกต่างของงบประมาณส่วนหนึ่งเกิดจากยุทธศาสตร์ที่ต่างกัน โดยสหรัฐฯ พึ่งพายุทโธปกรณ์ราคาสูง ขณะที่อิหร่านเน้นใช้ "โดรนโจมตีเที่ยวเดียว" ราคาประหยัดแต่สร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรง มีรายงานว่าก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยปฏิเสธข้อเสนอจากยูเครนในการช่วยพัฒนาระบบป้องกันโดรน แต่กลับต้องรีบขอความช่วยเหลือจากยูเครนทันทีเมื่อสงครามกับอิหร่านปะทุขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอเมริกัน
สงครามครั้งนี้ไม่เพียงแต่ผลาญงบประมาณกองทัพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อปากท้องชาวอเมริกัน โดยทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและดัชนีตลาดหุ้นสำคัญร่วงกราว ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ "ชนะแล้ว" และอ้างว่า "สงครามจบลงตั้งแต่ชั่วโมงแรก" แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะยอมรับว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือน และอาจต้องส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปก็ตาม
วิกฤตความเชื่อมั่นหลังขีปนาวุธถล่มโรงเรียน
นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น หลังมีรายงานว่าเพนตากอนรับทราบเป็นการภายในแล้วว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ คือต้นเหตุของการโจมตีโรงเรียนประถมเด็กหญิงแห่งหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 160 ราย ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงต่อสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐที่ระบุว่า "อยู่ระหว่างการตรวจสอบ" สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐบาลทรัมป์ในการดำเนินสงครามครั้งนี้



