สหรัฐฯ เสริมกำลังทหารกว่า 10,000 คนในตะวันออกกลาง เพื่อกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐอเมริกาได้เดินหน้าเสริมกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกกว่า 10,000 คน ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์จะมีการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวก็ตาม
รายละเอียดการเสริมกำลังทหาร
ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งปัจจุบันและอดีต ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารกว่า 10,000 คนในตะวันออกกลาง โดยกองกำลังใหม่ประกอบด้วยทหารราว 6,000 คน ที่ประจำอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช และเรือคุ้มกัน
นอกจากนี้ ยังมีกำลังทหารอีกประมาณ 4,200 คน จากกองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบก “บ็อกเซอร์” และหน่วยนาวิกโยธินเฉพาะกิจที่ 11 ซึ่งมีกำหนดเดินทางถึงภูมิภาคในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
สถานการณ์การปฏิบัติการก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ามีกำลังทหารสหรัฐฯ ราว 50,000 คน เข้าร่วมปฏิบัติการในสงครามกับอิหร่านตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช เดินทางถึงพื้นที่ จะทำให้สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินในตะวันออกกลางรวม 3 ลำ ได้แก่ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด ที่เข้าร่วมปฏิบัติการก่อนหน้านี้
การเสริมกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงสูง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่สหรัฐฯ ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ในตะวันออกกลาง



