กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 20 ราย การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ขู่จะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อยูเครน จากกรณีการโจมตีหอพักนักศึกษาในพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพ
รายละเอียดการโจมตี
นายทีมูร์ ทกาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารด้านทหารของกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่านเทเลแกรมว่า การโจมตีครั้งนี้ประกอบด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรนโจมตีจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายมากกว่า 40 จุดทั่วเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 21 ราย
นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ นายวิตาลี คลิทช์โก แถลงว่า เศษซากของขีปนาวุธและโดรนที่ร่วงหล่นลงมาได้ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ในหลายพื้นที่ รวมถึงอาคารที่พักอาศัย คลังสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์การค้า โดยความเสียหายกระจายตัวในทุกเขตของกรุงเคียฟ
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้อยู่อาศัยในอาคารพักอาศัยสูง 9 ชั้น ในเขตเชฟเชนโก ย่านใจกลางเมือง ซึ่งถูกขีปนาวุธพุ่งชนจนเพลิงลุกไหม้ชั้นบนสุด นอกจากนี้ ในเขตเดียวกัน เหตุระเบิดใกล้กับบังเกอร์หลบภัยของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ทำให้เศษซากถล่มปิดกั้นทางเข้า ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในอาคารพาณิชย์และศูนย์อพยพ ในกลุ่มผู้บาดเจ็บมีเด็กชายอายุ 15 ปีรวมอยู่ด้วย 1 ราย และมีผู้ป่วย 13 รายถูกนำส่งโรงพยาบาล โดยในจำนวนนี้ 3 รายอาการสาหัส
สาเหตุของการโจมตี
ปฏิบัติการโจมตีของรัสเซียครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและประธานาธิบดีปูตินประกาศว่าจะดำเนินการ "ลงทัณฑ์อย่างรุนแรงและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้" เพื่อตอบโต้ยูเครนจากเหตุการณ์โดรนโจมตีอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตาโรบิลสค์ เขตลูฮันสค์ ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อาคาร 5 ชั้นพังถล่ม กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียรายงานว่าสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ 18 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 42 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 18-23 ปี องค์การสหประชาชาติประณามการโจมตีพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
อย่างไรก็ตาม กองทัพยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเล็งเป้าไปที่พลเรือน โดยยืนยันว่าปฏิบัติการที่สตาโรบิลสค์เป็นการโจมตีฐานที่ตั้งของหน่วยโดรนรบรัสเซีย
การเตือนภัยล่วงหน้า
ก่อนเกิดการโจมตีเพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเคียฟ ได้ออกคำเตือนภัยขั้นสูงแก่ประชาชนว่า มีสัญญาณข่าวกรองชัดเจนจากยูเครน ยุโรป และสหรัฐฯ ว่ามอสโกกำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีแบบผสมผสานครั้งใหญ่ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ผู้นำยูเครนระบุว่า รัสเซียอาจใช้ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกข้ามทวีปรุ่นใหม่ "โอเรชนิก" ซึ่งมีความเร็วเหนือเสียงมากกว่า 10 เท่า และระบบป้องกันภัยทางอากาศในปัจจุบันไม่สามารถสกัดกั้นได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการใช้ขีปนาวุธดังกล่าวในการโจมตีครั้งนี้หรือไม่
สถานการณ์ปัจจุบัน
ปฏิบัติการกู้ภัยและเคลียร์พื้นที่ซากปรักหักพังในกรุงเคียฟยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความพยายามของนานาชาตินำโดยสหรัฐฯ ในการเจรจาหยุดยิง ซึ่งชะลอตัวลงเนื่องจากความสนใจของสหรัฐฯ ถูกเบี่ยงเบนไปที่วิกฤตในตะวันออกกลาง



