ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการถือหุ้นบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ว่าด้วยการถือครองหุ้นในสื่อมวลชนของนักการเมือง โดยศาลชี้แจงว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของกองมรดกของบิดา ซึ่งนายพิธาไม่ได้เป็นผู้ถือครองโดยตรง แต่เป็นเพียงผู้จัดการมรดกเท่านั้น
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียดแล้ว เห็นว่าการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาเกิดขึ้นจากการเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย และอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดการมรดกของบิดา ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้น นายพิธาจึงไม่มีเจตนาที่จะถือครองหุ้นในสื่อมวลชนเป็นการส่วนตัว และไม่ได้มีอำนาจควบคุมหรือบริหารกิจการของไอทีวีแต่อย่างใด
ผลกระทบต่อสถานะทางการเมือง
คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้นายพิธายังคงมีสิทธิ์เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปได้ โดยไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งตามที่เคยมีข้อกังวลในประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ ยังช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากกรณีนี้
นายพิธากล่าวภายหลังคำวินิจฉัยว่า รู้สึกยินดีที่ศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง และยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะละเมิดกฎหมาย พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ
ด้านพรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์แสดงความเห็นชอบต่อคำวินิจฉัยของศาล และระบุว่ากรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้รัดกุมยิ่งขึ้นในอนาคต
ปฏิกิริยาจากสังคม
คำวินิจฉัยดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนและนักวิชาการจำนวนมาก โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นการตีความกฎหมายที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางฝ่ายยังคงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความชัดเจนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองหุ้นสื่อของนักการเมือง
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคก้าวไกลมีบทบาทสำคัญในสภา



