พิธีกรชื่อดังรายหนึ่งได้ยื่นฟ้องอดีตผู้จัดการส่วนตัวต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท หลังจากพบว่าถูกอดีตผู้จัดการโกงเงินและทรัพย์สินเป็นเวลานานหลายปี
รายละเอียดคดี
โจทก์ซึ่งเป็นพิธีกรชื่อดังได้เปิดเผยว่า ได้จ้างอดีตผู้จัดการรายนี้ให้ดูแลผลประโยชน์และจัดการงานต่างๆ ตั้งแต่ปี 2563 แต่กลับพบว่ามีพฤติกรรมทุจริตหลายประการ เช่น การปลอมแปลงเอกสารเพื่อยักยอกเงินค่าจ้าง การทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการนำทรัพย์สินส่วนตัวไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
โจทก์ยังกล่าวอีกว่า อดีตผู้จัดการได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการหาประโยชน์ส่วนตัว โดยการจัดสรรงานให้กับบริษัทของคนรู้จักโดยไม่ผ่านการพิจารณาที่โปร่งใส ทำให้โจทก์เสียหายทั้งชื่อเสียงและรายได้
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
- สูญเสียเงินค่าจ้างและรายได้จากการทำงานรวมกว่า 5 ล้านบาท
- ทรัพย์สินส่วนตัวถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
- ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในวงการถูกทำลาย ส่งผลให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
การดำเนินการทางกฎหมาย
ทนายความของโจทก์ระบุว่า ได้รวบรวมหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคลเพื่อยื่นต่อศาลแล้ว โดยคาดว่าคดีจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
ด้านอดีตผู้จัดการยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ต่อข้อกล่าวหา แต่มีรายงานว่าได้ว่าจ้างทนายความเพื่อต่อสู้คดีแล้ว
ผลกระทบต่อวงการบันเทิง
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตัวในวงการบันเทิงไทย เนื่องจากเป็นกรณีที่พิธีกรชื่อดังถูกผู้จัดการส่วนตัวโกงเงินจำนวนมาก นักแสดงและพิธีกรหลายคนแสดงความเห็นใจและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้จัดการส่วนตัวอย่างเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้สมาคมวิชาชีพในวงการบันเทิงออกแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นกับศิลปินและผู้มีชื่อเสียง



