ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับวินิจฉัยคำร้องนายกฯเศรษฐา
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยคำร้องนายกฯเศรษฐา

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเอกฉันท์ไม่รับวินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยกรณีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยศาลชี้แจงว่าสิทธิในการยื่นคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องนั้นสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากพ้นสภาพสมาชิกภาพไปก่อนหน้านี้

รายละเอียดคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่ กกต. ยื่นมาเพื่อขอให้วินิจฉัยว่า การแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่า ส.ส. ที่เป็นผู้ยื่นคำร้องได้พ้นสภาพสมาชิกภาพไปแล้ว ทำให้สิทธิในการยื่นคำร้องสิ้นสุดลงตามไปด้วย

เหตุผลที่ไม่รับวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่า การที่ ส.ส. พ้นสภาพสมาชิกภาพนั้นส่งผลให้คำร้องที่ยื่นไว้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากผู้มีสิทธิยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญต้องเป็น ส.ส. ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่เท่านั้น ดังนั้น ศาลจึงไม่สามารถรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ศาลมีมติเอกฉันท์ไม่รับวินิจฉัยคำร้อง
  • เหตุผลหลักคือ ส.ส. ผู้ยื่นคำร้องพ้นสภาพสมาชิกภาพ
  • การแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ยังไม่ถูกวินิจฉัยในครั้งนี้

ผลกระทบต่อคดี

การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยคำร้องนี้ ทำให้คดีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ยังไม่มีการชี้ขาดทางกฎหมายในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม คดีนี้อาจถูกยื่นคำร้องใหม่โดยผู้มีสิทธิที่เหมาะสมต่อไป

ข้อสังเกตจากนักกฎหมาย

นักกฎหมายหลายท่านมองว่า การที่ศาลไม่รับวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินเนื้อหาของคดี แต่เป็นเรื่องของกระบวนการและสถานะของผู้ยื่นคำร้อง ดังนั้น คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด และอาจมีการดำเนินการทางกฎหมายอื่นๆ เพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ศาลรัฐธรรมนูญย้ำหลักเกณฑ์การยื่นคำร้องที่ต้องเป็นผู้มีสิทธิ
  2. การพ้นสภาพสมาชิกภาพของ ส.ส. ทำให้คำร้องตกไป
  3. คดียังไม่ถึงที่สุด ยังสามารถยื่นใหม่ได้

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด ไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้ ส่งผลให้การดำเนินคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงในทางกระบวนการ