ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อันเป็นพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
รายละเอียดคำร้อง
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากการที่พรรคเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญในการแก้ไขมาตรา 112 รวมถึงการกระทำอื่นๆ ของพรรคที่มุ่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระบอบการปกครอง
มติศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้วเห็นว่า คำร้องของ กกต. มีข้อเท็จจริงและหลักฐานเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาได้ โดยศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับคำร้องไว้ และให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
ด้านพรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อประชาชน และเป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติ ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่
ผลกระทบทางการเมือง
กรณีนี้สร้างความตื่นตัวในแวดวงการเมืองไทย โดยนักวิชาการและนักวิเคราะห์มองว่า หากศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต่อพรรคฝ่ายค้านและทิศทางนโยบายของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และบทบาทของศาลในการกำกับดูแลพรรคการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะนัดฟังคำวินิจฉัยในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า โดยคำวินิจฉัยของศาลถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันทุกองค์กร



