โหวตนายก 2569 คาดคะแนนอนุทิน 291-293 เสียง จับตางูเห่าเติมเสียงทะลุ 300
การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เป็นเหตุการณ์สำคัญภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 โดยมีรายละเอียดเกณฑ์คะแนนและสถานการณ์ทางการเมืองที่น่าสนใจ ดังนี้
เกณฑ์คะแนนเสียงที่ต้องได้ตามรัฐธรรมนูญ
ตามรัฐธรรมนูญ หลังสิ้นสุดอำนาจของวุฒิสภาในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาล การเลือกนายกรัฐมนตรีจะใช้เพียงเสียงของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น โดยมีเกณฑ์ดังนี้
- เกณฑ์ตัดสิน: ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
- ตัวเลขคาดการณ์: หากมี สส. ปฏิบัติหน้าที่ครบ 500 คน ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้คะแนนตั้งแต่ 251 เสียงขึ้นไป อ้างอิงจากไทม์ไลน์การเมืองล่าสุดที่ระบุว่าผู้ชนะควรได้ 250 เสียงขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยของเสถียรภาพรัฐบาล
แนวโน้มและสถานการณ์ "ครม. อนุทิน 2"
สถานการณ์ปัจจุบันชี้ไปที่การจัดตั้งรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีแนวโน้มสดใสจากการรวบรวมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและกลุ่มขั้วอำนาจใหม่
- เสียงสนับสนุนในมือ: มีรายงานว่าดีลจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบันรวบรวมเสียงได้ประมาณ 291 ถึง 293 เสียง รวมเสียงจากพรรคร่วมหลักและ สส. จากพรรครวมไทยสร้างชาติบางส่วนที่ประกาศหนุนชัดเจน
- ความได้เปรียบ: พรรคภูมิใจไทยเพิ่งชนะการเลือกประธานสภาฯ โดยนายโสภณ ซารัมย์ ได้รับคะแนนถึง 289 เสียง สะท้อนถึงเอกภาพของขั้วรัฐบาลสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้
จะมี "งูเห่า" ยกโหวตให้อนุทินหรือไม่?
กระแสเรื่อง "งูเห่า" หรือการดึง สส. ข้ามขั้วมาเติมเสียงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในครั้งนี้
- งูเขียวจากพรรคกล้าธรรม: มีกระแสข่าวการทาบทาม สส. กลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ที่ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ให้มาเติมเสียงสนับสนุนนายอนุทิน แม้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะออกมาปฏิเสธและเรียกกลุ่มนี้ว่า "งูเขียวหางไหม้" แต่ในทางการเมืองยังคงถูกจับตามองว่าเป็นกลุ่มที่จะมาเติมเสียงให้เกิน 300 เสียง
- เสียงแตกจากเพื่อไทยและรทสช.: จากสถิติการโหวตในอดีต เช่น กุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 พบว่ามี สส. บางส่วนจากพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมยกมือสนับสนุนนายอนุทินเพื่อแลกกับการเข้าร่วมรัฐบาลหรือผลักดันนโยบายเฉพาะกลุ่ม
สรุปแนวโน้ม: ค่อนข้างมีโอกาสสูงที่จะมีเสียงสนับสนุนจาก สส. นอกพรรคร่วมหลัก หรือที่เรียกว่างูเห่า เข้ามาโหวตให้ เพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล "อนุทิน 2" ให้ทะลุ 300 เสียง ซึ่งจะช่วยป้องกันการถูกต่อรองจากพรรคขนาดกลางอื่นๆ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับการบริหารประเทศในอนาคต



