ชายพิการบุกสระมรกตกลางรัฐสภา อ้าง โสภณ ส่งจดหมายหา ตำรวจควบคุมตัว
ชายพิการบุกสระมรกตกลางรัฐสภา อ้าง โสภณ ส่งจดหมายหา

ชายพิการบุกสระมรกตกลางรัฐสภา อ้าง โสภณ ส่งจดหมายหา ตำรวจควบคุมตัว

เกิดเหตุวุ่นวายภายในอาคารรัฐสภาอีกครั้ง เมื่อชายพิการสูงอายุสามารถบุกเข้าไปถึงบริเวณสระมรกตซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของอาคารได้สำเร็จ ก่อนจะถูกตำรวจรัฐสภาควบคุมตัวในเวลาต่อมา

เหตุการณ์บุกสระมรกตใจกลางรัฐสภา

วันนี้ (10 เมษายน 2569) เวลาประมาณ 12.30 น. ระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นายพงศ์พิชาญ ชายพิการสูงอายุ สวมเสื้อแท็กซี่และหมวกนิรภัย ได้บุกเข้ามายังอาคารรัฐสภา และสามารถเดินทางไปถึงบริเวณสระมรกตที่ตั้งอยู่กลางอาคารได้

นายพงศ์พิชาญเริ่มโวยวายและอ้างว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งจดหมายมาถึงตนเอง นอกจากนี้เขายังประกาศตัวว่าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตลอดชีพ จนทำให้ตำรวจรัฐสภาต้องเข้าควบคุมตัวและนำตัวออกจากพื้นที่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการเฝ้าระวังและประวัติก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริเวณหน้าจุดตรวจผ่านเข้า-ออกหลักของรัฐสภา ทั้งฝั่งสภาผู้แทนราษฎรและฝั่งวุฒิสภา ได้มีการปิดกระดาษรูปภาพและข้อมูลของนายพงศ์พิชาญ โดยระบุว่าเป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายพงศ์พิชาญก่อเหตุเช่นนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เขาเคยขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่านตำรวจ เข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และยังเคยก่อเหตุปั่นป่วนตามที่ทำการพรรคการเมืองหลายพรรคมาก่อน

ในเหตุการณ์บุกทำเนียบรัฐบาลครั้งก่อน นายพงศ์พิชาญอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและขอเงินเยียวยาสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในขณะนั้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความปลอดภัยในรัฐสภายังเป็นปัญหา

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยภายในรัฐสภาอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีมาตรการเฝ้าระวังและประกาศภาพบุคคลต้องสงสัยไว้ตามจุดตรวจต่างๆ แล้วก็ตาม

การที่บุคคลภายนอกสามารถบุกเข้าไปถึงพื้นที่สำคัญใจกลางอาคารรัฐสภาได้ ย่อมสร้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประชุมสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ขณะนี้ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทางรัฐสภาเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต แต่คาดว่าตำรวจรัฐสภาจะมีการทบทวนและเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น