สมาชิกวุฒิสภา 'ปฏิมา จีระแพทย์' จี้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นเรื่องน้ำมัน-ราคาสินค้า แนะประชาชนปลูกผักเลี้ยงสัตว์
ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายในวาระเร่งด่วน ขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการวิกฤตพลังงานและราคาสินค้า
เรียกร้องรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลน้ำมันที่ถูกต้อง
นายปฏิมา เปิดเผยว่า ได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา รวม 23 วัน โดยชี้ให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลน้ำมันสำรองที่รัฐบาลแจ้งต่อประชาชน เริ่มจากกระแสข่าววันที่ 1 มีนาคม ว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้ 60-61 วัน ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม คณะกรรมการต่างประเทศแจ้งว่ามีน้ำมันสำรอง 90 วัน และอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่ามีน้ำมันเพียงพอ 105 วัน
"ประชาชนยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลราคาน้ำมันที่ถูกต้อง รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดเผยข้อมูลตามจริง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด" นายปฏิมากล่าว พร้อมย้ำว่าข่าวสารที่คลาดเคลื่อนได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก และรัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
กังวลปัญหาการกักตุนน้ำมันและผลกระทบต่อภาคเกษตร
นอกจากนี้ นายปฏิมาได้สะท้อนปัญหาความแตกต่างระหว่างราคาน้ำมันหน้าปั๊มกับราคาที่ผู้ประกอบการขนส่งซื้อจริง โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการการพลังงานและคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่ามีการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ เพื่อคลายความสงสัยให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของภาคเกษตร นายปฏิมาเปิดเผยว่า เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ไปยังลานรับซื้อได้ เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการไม่มีน้ำมันเติมรถอีแต๋น ส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ผลกระทบระยะยาวต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
นายปฏิมาแสดงความกังวลต่อผลกระทบในระยะยาวจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งเริ่มลุกลามไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ไข่ไก่และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นราคา "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดของประชาชน เนื่องจากเป็นสินค้าราคาประหยัด" นายปฏิมากล่าว พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาตรวจสอบและควบคุมราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับขึ้นราคาชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส
เขายังระบุว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านพลังงาน แต่ได้ขยายผลไปสู่สินค้าหลากหลายประเภท แม้กระทั่งถุงพลาสติก จึงเสนอให้วุฒิสภาเร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในภาพรวม พร้อมกันนี้ เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์การใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมให้มากขึ้น
แนะประชาชนปลูกผักเลี้ยงสัตว์เป็นทางรอด
นายปฏิมาได้เสนอแนวทางสำคัญสำหรับประชาชนในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลูกผัก "การปลูกผักเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะสำหรับบางท่านในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่วันนี้คิดว่าการแนะนำให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือน เลี้ยงปลา น่าจะเป็นทางออกในการดำรงชีวิต" เขากล่าว พร้อมอธิบายว่าหากเกิดวิกฤตที่รุนแรงในระยะยาว เช่น สงครามยืดเยื้อหรือสงครามโลก การพึ่งพาตนเองในด้านอาหารจะเป็นทางออกที่สำคัญสำหรับประชาชน
การอภิปรายในครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อวิกฤตพลังงานและผลกระทบที่กว้างขวางต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของรัฐบาลในการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการจัดการปัญหา



