เลขาฯสภาแจงไทม์ไลน์เปิดประชุม รอจำนวน สส. เหมาะสม ไม่ต้องครบ 499 คน
วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้วจำนวน 499 คน โดยระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เตรียมความพร้อมรองรับการรายงานตัวของสมาชิกอย่างเต็มที่
นายศิโรจน์ชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้สมาชิกมารายงานตัวครบ 95% หรือ 499 คน เพียงรอให้มีจำนวนสมาชิกมารายงานตัวที่เหมาะสมพอที่จะดำเนินการเปิดประชุมรัฐสภาได้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นช่วงวันที่ 5 หรือ 6 มีนาคมนี้ ที่จะมีสมาชิกเข้ารายงานตัวจำนวนมากเพียงพอ เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการเปิดพิธีประชุมรัฐสภา และสมพระเกียรติสำหรับพระองค์ท่านที่จะมาเปิดประชุม
รายงานตัวช้าไม่เป็นปัจจัย ภาพรวมเรียบร้อย
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนจะมารายงานตัวในวันที่ 9 มีนาคมนี้ว่า ไม่ได้เป็นปัจจัยในการให้นายกรัฐมนตรีนำทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพราะแต่ละพรรคสามารถเลือกวันเข้ารายงานตัวได้ตามความสะดวก เพียงให้มีจำนวนสมาชิกมากพอเท่านั้น
สำหรับภาพรวมการรายงานตัวที่ผ่านมา นายศิโรจน์เผยว่า สมาชิกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้จำนวนอาจจะน้อยไปบ้าง แต่คาดว่าวันนี้จะมีผู้มารายงานตัวเพิ่มขึ้น และอาจจะถึง 300 คน โดยย้ำว่าสำนักงานมีความพร้อมในการรองรับการรายงานตัวของสมาชิก เช่น พรรคภูมิใจไทยที่มีจำนวนมาก โดยได้ประสานงานทางพรรคเพื่อให้กรอกข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อน เมื่อมาถึงเพียงตรวจสอบข้อมูล เซ็นชื่อ และรับบัตรประจำตัว ซึ่งใช้เวลาไม่นาน
โอกาสเลือกประธานสภาในเดือนมีนาคม ขึ้นอยู่กับพรรคอันดับหนึ่ง
หลังจากเปิดพิธีประชุมรัฐสภาแล้ว กำหนดการของสภาจะมีการประสานงานกับพรรคการเมืองที่รวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากที่สุด เพื่อหารือเรื่องความพร้อมในการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา เมื่อมีการประสานมาจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตนของสมาชิก และเลือกประธานสภา รองประธานสภา
นายศิโรจน์ระบุว่า การเลือกประธานสภาจะเกิดขึ้นภายในเดือนมีนาคมนี้เป็นไปได้ทั้งหมด โดยปกติหลังพิธีเปิดประชุมรัฐสภา วันถัดไปมักจะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานสภา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคการเมืองที่ได้จำนวนเสียงมากที่สุด
เมื่อประธานสภามีการโปรดเกล้ากระหม่อมลงมาแล้ว ก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยประธานสภาจะใช้ดุลพินิจในการนัดวันเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนทางรัฐสภาอย่างเคร่งครัด



