ครม.เคาะ 7 มาตรการพยุงเศรษฐกิจด่วน เพิ่มบัตรสวัสดิการฯ 400 บาท-จ่อลดภาษีสรรพสามิต
ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้จัดการประชุมนัดพิเศษเพื่อหารือและเห็นชอบมาตรการเยียวยาเร่งด่วน 7 ด้าน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของประชาชนและผู้ประกอบการทันที
รายละเอียดมาตรการสำคัญที่ครม.เห็นชอบ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมว่า มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ เริ่มจาก
- การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน: ครม.เห็นชอบให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณารายละเอียดการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ทั้งในแง่ของวิธีการและระยะเวลา โดยต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน หากได้รับอนุญาต จะสามารถดำเนินการได้ทันที
- การเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: สำหรับกลุ่มเปราะบาง ครม.เห็นชอบให้เติมเงินเพิ่ม 100 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 เดือนนำร่อง ใช้งบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท และจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อขยายระยะเวลาต่อไป โดยต้องขอ กกต. เช่นกัน
- การดูแลผู้ประกอบการขนส่ง: รวมถึงรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า ใช้ระบบจีพีเอสติดตามการใช้งานจริง และให้ลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อรับการสนับสนุน
- การช่วยเหลือเกษตรกร: ผ่านมาตรการ "ธงเขียว" เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยและภาระการนำเข้า
- การสนับสนุนกลุ่มประมง: ให้ใช้น้ำมันบี 20 เพื่อลดต้นทุนประมาณ 5-6 บาท
- การขยายระยะเวลาตรวจรับงานภาครัฐ: พร้อมชดเชยค่า K เป็นรายกรณี
- การเสริมสภาพคล่อง SME: ธนาคารออมสินเตรียม Soft Loan 1 หมื่นล้านบาท สำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
มาตรการเสริมเพื่อช่วงสงกรานต์และความมั่นคงพลังงาน
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยเพิ่มจำนวนเที่ยวการเดินทางและกำหนดจุดเติมน้ำมันเฉพาะในทุกจังหวัดผ่านกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพอ
มาตรการเหล่านี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการตอบสนองต่อวิกฤตเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเน้นการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในวงกว้าง



