โสภณ ซารัมย์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 ด้วยคะแนนท่วมท้น 289 เสียง
โสภณ ซารัมย์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ คนที่ 35 (15.03.2026)

โสภณ ซารัมย์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 35 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 289 เสียง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 สมัยวิสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ได้เข้าสู่วาระการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเสร็จสิ้น โดยนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น สส.อาวุโสสูงสุด อายุ 90 ปี ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว

การเสนอชื่อและวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร

เวลา 09.38 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมในการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้ท้าชิงในตำแหน่งเดียวกัน จากนั้นผู้ถูกเสนอชื่อทั้งสองคนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม

นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวขอบคุณพรรคภูมิใจไทย สมาชิกพรรค และสมาชิกที่เสนอชื่อตน โดยแสดงวิสัยทัศน์ว่าตลอดการทำงาน 25 ปีที่ผ่านมาจนถึงสภาฯ ปัจจุบัน มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย หวังว่าสภาฯ ชุดนี้จะรวบรวมเอาประสบการณ์จากอดีตกับเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาสภาผู้แทนราษฎร เขาเน้นย้ำว่าผู้แทนราษฎรถือเป็นผู้อาสาพี่น้องประชาชนมาพัฒนาแก้ปัญหาประเทศ โดยอำนาจหน้าที่ของนิติบัญญัติควรนำเรื่องราวที่ประชาชนทุกข์ร้อนมาปรึกษาหารือ ตั้งกระทู้ และตั้งญัตติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งอยากเห็นการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีคุณภาพ สมดุล เป็นเหตุเป็นผล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ในส่วนของกฎหมาย นายโสภณกล่าวว่าต้องการเห็นการใช้นิติบัญญัติช่วยฝ่าวิกฤติโลก โดยเสนอให้กฎหมายที่ออกจากสภาฯ นี้เป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน พร้อมทั้งหวังว่าสภาฯ ชุดนี้จะปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายล้าสมัยโดยเร็วที่สุด และออกกฎหมายใหม่ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีประสิทธิภาพ เขายังเชื่อว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาเห็นสภาฯ ใช้วาทกรรมเอาชนะคะคานโดยไม่คำนึงถึงผล แต่ต้องการเห็นการทำงานรูปธรรม และในฐานะที่ได้รับการเสนอชื่อ เขาจะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เสนอชื่อ และเข้าใจดีว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเลือกไปเป็นประธานสภาฯ หลังผลเลือกตั้งออกมา โดยในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เขามองว่าบทบาทไม่ได้อยู่เพียงการตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันกฎหมาย แต่ควรผลักดันทิศทางเพื่อให้รัฐบาลรับไว้พิจารณา และให้ประชาชนรับไว้ประกอบการตัดสินใจในอนาคต

นายพริษฐ์เน้นว่าภารกิจที่สำคัญที่สุดของประธานสภาฯ คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาฯ ซึ่งแม้จะเป็นองค์กรเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่หลายครั้งทำลายศรัทธาประชาชนไปมาก โดยประธานสภาฯ จะต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ เขายังเสนอ 4 ข้อที่ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง ได้แก่ การใช้เทคโนโลยียกระดับประสิทธิภาพงาน การส่งเสริมความโปร่งใส การปกป้องภาษีของประชาชน และการปกป้องอำนาจของประชาชนจากกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่ม

กระบวนการลงคะแนนและผลโหวต

เมื่อมีผู้เสนอชื่อมากกว่า 1 คน จึงต้องเข้าสู่การลงคะแนนเสียงโดยลับเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดย สส.เรียงตามตัวอักษร รับบัตรเข้าคูหาเขียนชื่อบุคคลที่จะให้ดำรงตำแหน่งนำไปหย่อนลงคูหา และตั้งคณะกรรมการนับคะแนนเป็นตัวแทน สส.จากแต่ละพรรคร่วมนับคะแนน ซึ่งเกิดการถกเถียงในเรื่องการเขียนชื่อ-สกุล ก่อนจะสรุปการออกเสียงด้วยการเขียนตัวเลข คือ นายโสภณ ซารัมย์ หมายเลข 1 ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หมายเลข 2 ไม่เลือกผู้ใดให้เขียน งดออกเสียง

เวลา 10.31 น. นายไพโรจน์ กดออดเรียกสมาชิกแสดงตน โดยพบว่ามีผู้แสดงตน 447 คน ถือว่าครบประชุม แต่ยังมีการกล่าวแสดงตนด้วยเสียงต่อมาอีกหลายคน จากนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนน 6 คน แล้วจึงเข้าสู่การเริ่มลงคะแนนในเวลา 10.41 น. ต่อมาเวลา 11.56 น. ภายหลัง สส. เข้าคูหาลงคะแนนโดยลับเสร็จสิ้น ประธานสั่งปิดการลงคะแนน จึงเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น และเริ่มขานคะแนนที่ละใบเมื่อเวลา 12.02 น. โดยนายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย โดยนับจบในเวลา 12.42 น.

สำหรับผลการนับคะแนนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานสรุปผลเมื่อเวลา 12.54 น. ว่า นายโสภณ ซารัมย์ ได้เสียงเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 289 เสียง ทำให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ผลคะแนนเป็นดังนี้

  • นายโสภณ ซารัมย์ ได้คะแนน 289 เสียง
  • นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้คะแนน 123 เสียง
  • งดออกเสียง จำนวน 80 เสียง
  • บัตรเสีย 5 เสียง
  • รวม 497 เสียง

หลังจากนี้เมื่อได้บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้เลขาธิการสภาฯ มีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จากนั้นจะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ก่อนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป