โสภณ ซารัมย์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 หลังการลงมติในสภา
ในวันนี้ (15 มีนาคม 2569) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเลือก นายโสภณ ซารัมย์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 อย่างเป็นทางการ การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่คึกคัก โดยนายโสภณเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับเลือกตั้งมาแล้วถึง 7 สมัย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่
ประวัติและเส้นทางการเมืองของโสภณ ซารัมย์
นายโสภณ ซารัมย์ เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2502 ที่บ้านหนองเก้าข่า ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันอายุ 66 ปี เป็นบุตรของนายสนั่นและนางละไม ซารัมย์ ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับนางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปลายมาศ และมีบุตรด้วยกัน 3 คน
ในด้านการศึกษา นายโสภณสำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งเสริมการทำงานด้านสังคมและการเมืองในภายหลัง
เส้นทางการเมืองที่ยาวนานและหลากหลายพรรค
นายโสภณเริ่มต้นเส้นทางการเมืองด้วยการได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 ในสังกัดพรรคชาติไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในนามพรรคไทยรักไทย และในปี พ.ศ. 2550 ได้รับเลือกตั้งภายใต้พรรคพลังประชาชน
หลังจากการยุบพรรคพลังประชาชน นายโสภณซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของนายนวิน ชิดชอบ ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในปี พ.ศ. 2553 และยังคงทำงานทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
บทบาทและตำแหน่งสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร
ตลอดระยะเวลาการทำงาน นายโสภณได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 และในปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการศึกษาธิการในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26
นอกจากนี้ เขายังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้รับฉายาว่า "ซาเล้ง" เนื่องจากมีเหตุการณ์รถไฟยุติการวิ่งในภาคใต้ แต่เขามีปฏิกิริยานิ่งเฉยและกล่าวว่าไม่ตรงกับความสามารถของตน พร้อมเสริมว่าหากเป็นเรื่องซาเล้งจะจัดการปัญหาได้ดีกว่า
การขึ้นสู่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและบทบาทล่าสุด
ในปี พ.ศ. 2568 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถอดถอนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี นายโสภณได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงถึงความไว้วางใจจากพรรคและรัฐบาล
สำหรับการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ นายโสภณได้รับการเสนอชื่อจากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ ทองศรี เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงการประสานงานภายในพรรคและความร่วมมือทางการเมือง
นายโสภณได้แสดงความมั่นใจในบทบาทใหม่ โดยย้ำว่าจะทำงานภายใต้กรอบกฎหมายและไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นคดีฮั้ว สว.หลุด ที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าบุรีรัมย์จะได้ตำแหน่งสำคัญทั้งหมดจากพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ



