เปิดขั้นตอนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ 15 มีนาคม 2569
ภายหลังพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ซึ่งมีผลให้เริ่มประชุมวันที่ 14 มีนาคมนี้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภา ณ สัปปายะสภาสถาน ในวันถัดมา คือวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 9.00 น. จะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 ตำแหน่ง อย่างเป็นทางการ
ชื่อที่มีกระแสและขั้นตอนการเสนอชื่อ
สำหรับตำแหน่งประธานสภาฯ มีการคาดการณ์กันว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี อาจได้รับเลือกจากโควตาของพรรคภูมิใจไทย ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คาดว่าจะเป็นนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช จากโควตาพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน และอีก 1 ตำแหน่ง คาดว่าเป็นโควตาจากพรรคเพื่อไทย โดยมีชื่อ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนมหลายสมัย และนายพัฒนา สัพโส สส.สกลนครหลายสมัย อยู่ในข่าย แต่พรรคเพื่อไทยยังไม่สรุปอย่างชัดเจน
ขั้นตอนการเลือกตั้งจะเริ่มต้นด้วยการที่ สส. ที่มีอายุมากที่สุดหรืออาวุโสสูงสุดในห้องประชุมขณะนั้น ทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว เพื่อนำสมาชิกกล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นจึงดำเนินการเลือกประธานสภาฯ ตัวจริง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนมีสิทธิ์เสนอชื่อเพื่อนสมาชิกได้ 1 ชื่อ ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 20 คน และผู้ถูกเสนอชื่อต้องอยู่ในที่ประชุมและกล่าวตอบรับด้วยตนเอง
กระบวนการลงคะแนนลับและนับคะแนนสด
หลังจากเสนอชื่อเสร็จสิ้น และก่อนเริ่มลงคะแนน ผู้ถูกเสนอชื่อจะต้องกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมเป็นเวลา 5-10 นาทีต่อคน เพื่อให้สมาชิกใช้ประกอบการตัดสินใจ หากมีการเสนอชื่อเพียงคนเดียว จะถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกทันทีโดยไม่ต้องลงคะแนน แต่หากมีมากกว่า 1 คน จะต้องตัดสินด้วยการลงคะแนนลับ
การลงคะแนนลับนี้ สส. จะต้องเรียงตามลำดับเข้าคูหา เขียนชื่อบุคคลที่เลือกใส่ซอง ปิดผนึก แล้วหย่อนลงหีบบัตร ซึ่งแตกต่างจากการขานชื่อหรือเสียบบัตรกดโหวตทั่วไป หลังจากสมาชิกลงคะแนนครบแล้ว ประธานชั่วคราวจะตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย สส. จากหลายพรรค เพื่อช่วยกันเปิดซอง อ่านรายชื่อ และขีดคะแนนบนกระดานให้เห็นกันสดๆ ในที่ประชุม
ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในตำแหน่งนั้นๆ จะเป็นผู้ชนะ หากคะแนนเท่ากัน ให้มีการลงคะแนนใหม่เฉพาะคู่ที่เท่ากัน แต่ถ้ายังเท่ากันอีก จะใช้วิธีจับสลากเพื่อตัดสิน เมื่อได้ตัวประธานและรองประธานครบถ้วนแล้ว ประธานชั่วคราวจะสั่งปิดประชุม และรอให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป



