วุฒิสภาเห็นชอบ 125 ต่อ 2 เสียง แต่งตั้ง 'สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์' เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่
สว.เห็นชอบ 125 เสียง ตั้ง 'สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์' ผู้ตรวจการแผ่นดิน

วุฒิสภาเห็นชอบ 125 ต่อ 2 เสียง แต่งตั้ง 'สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์' เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่

ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการในการแต่งตั้งนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 125 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และงดออกเสียง 50 เสียง ตามกระบวนการประชุมลับที่เสร็จสิ้นในวันที่ 20 เมษายน 2569

ผลการลงคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการ

การลงคะแนนเสียงเกิดขึ้นในวาระเรื่องด่วนที่น่าสนใจของที่ประชุมวุฒิสภา โดยประธานในที่ประชุมได้ให้สมาชิกวุฒิสภาออกเสียงลงคะแนน กระทั่งเวลา 11.32 น. ผลปรากฏว่า นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงที่ชัดเจน

คะแนนเสียงแบ่งเป็นดังนี้:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • เห็นชอบ: 125 เสียง
  • ไม่เห็นชอบ: 2 เสียง
  • งดออกเสียง: 50 เสียง

คะแนนเสียงเห็นชอบนี้ถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย

กระบวนการแต่งตั้งตามกฎหมาย

การแต่งตั้งครั้งนี้ดำเนินการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดขั้นตอนและเงื่อนไขในการเสนอชื่อและให้ความเห็นชอบบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และผ่านกระบวนการพิจารณาของวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะนำเข้าสู่การลงคะแนนเสียงในที่ประชุม

การประชุมลับที่เกิดขึ้นก่อนการลงคะแนนถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาสามารถหารือและพิจารณาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้ได้รับการเสนอชื่อได้อย่างละเอียดรอบคอบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความสำคัญของตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

ตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นสถาบันสำคัญในระบบการเมืองไทย มีบทบาทในการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน

การแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของสถาบันนี้ในอนาคต และจะส่งผลต่อกระบวนการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐในระยะต่อไป