ประวัติ “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการดีเด่นผู้ฝ่าด่านข้อครหา
ประวัติรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการดีเด่นฝ่าด่านข้อครหา

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แจ้งให้รับตัว นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กลับไปปฏิบัติราชการที่ต้นสังกัด ภายหลังครบกำหนดคำสั่งช่วยราชการและกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองเสร็จสิ้นแล้ว

เส้นทางราชการและรางวัล

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ด้านรัฐศาสตร์การปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เส้นทางการทำงานเติบโตจากสายปกครอง เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายพื้นที่ เช่น อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายอำเภอนากลาง และปลัดจังหวัดภูเก็ต

ผลงานเด่นของเขา ได้แก่ การได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น (รางวัลครุฑทองคำ) ประจำปี 2563 บุคคลดีเด่นด้านการป้องกันยาเสพติด จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปี 2561 รางวัลนายอำเภอแหวนเพชร (ชมเชย) ประจำปี 2565 และเป็นต้นแบบการเปิดค่าย “ลูกชายนายอำเภอ” เพื่อบำบัดผู้ติดยาเสพติด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อครหาครั้งแรก: ปืนเครือข่ายยาเสพติด

ในปี 2565 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดของนายแซม แวดาโอะ พบปืน 18 กระบอกที่มีใบอนุญาตจากนายรุ่งเรือง (สมัยเป็นนายอำเภอสุไหงโก-ลก) และมีภาพถ่ายสนิทสนมกัน นายรุ่งเรืองชี้แจงว่าเป็นการถ่ายรูปกับชาวบ้านในกิจกรรมเตะฟุตบอล ไม่ได้สนิทส่วนตัว และได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตปืนของนายแซมก่อนการจับกุมแล้ว ทำให้รอดพ้นมลทิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อครหาครั้งที่สอง: การออกใบอนุญาตปืนและเส้นทางการเงิน

ในปี 2568 เขาถูกสอบสวนทางวินัย 2 ประเด็น คือ การออกใบอนุญาตปืนให้นายแซม 26 กระบอกโดยหละหลวม และพบเส้นทางการเงินเครือข่ายพนันออนไลน์โอนเข้าบัญชีที่เกี่ยวข้อง ผลการสอบสวนคณะกรรมการสรุปว่าเป็นเพียงการ “ปล่อยปละละเลย ขาดการกำกับดูแล” ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่การทุจริตคอร์รัปชัน) จึงถูกลงโทษตัดเงินเดือน 2% เป็นเวลา 3 เดือน

ข้อครหาครั้งที่สาม: ส่วยสถานบันเทิงป่าตอง

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 หลังจากย้ายมาดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ตได้ไม่นาน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งย้ายนายรุ่งเรือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 5 นาย ไปช่วยราชการที่ส่วนกลาง เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือ “ส่วย” จากสถานบันเทิงในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

ต่อมา ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยภาพแคปหน้าจอแชต LINE ที่อ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยกับข้าราชการในพื้นที่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ข้อความสั้นๆ ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ก่อนที่จะทราบว่านายรุ่งเรืองเป็นผู้ส่งแชตดังกล่าวให้

กลับมาปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งให้นายรุ่งเรืองกลับมาปฏิบัติหน้าที่ปลัดจังหวัดภูเก็ต หลังครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งช่วยราชการ แต่ยังไม่มีข้อสรุปจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เขาและเจ้าหน้าที่ปกครองรวม 5 คนถูกกล่าวหา