เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมสรงน้ำศพพระธุดงค์ 7 รูป ที่ศาลาการเปรียญ วัดบ้านน้ำขุ่น ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี
พระภิกษุ 7 รูปที่มรณภาพ
พระภิกษุทั้ง 7 รูป ประกอบด้วย พระภิกษุโยธิน วรรณศรี, พระภิกษุรชต ทองบุราณ, พระภิกษุนิคม อังกาบ, พระภิกษุศักดา สีลา, พระภิกษุสำรวย ระวัง, พระภิกษุชัยสอน นันทะสิงห์ และพระภิกษุยุทธ พงศ์วิเศษ ซึ่งมรณภาพขณะเดินธุดงค์และถูกรถกระบะเฉี่ยวชน เหตุเกิดบริเวณบ้านนาสีนวล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายกฯ แสดงความอาลัยและมอบเงินช่วยเหลือ
นายอนุทินร่วมแสดงความอาลัย พร้อมมอบพวงหรีด และพูดคุยแสดงความห่วงใยกับญาติ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับ บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก และมีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ภายหลังเสร็จพิธี นายอนุทินได้ออกมาพบปะประชาชนที่มาร่วมงานอยู่ในเต็นท์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาว อ.น้ำขุ่น และ อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนเรียกร้องให้นายกฯ อย่าเปิดด่านชายแดนเด็ดขาด เนื่องจากราคามันสำปะหลังกำลังดี และขอให้นายกฯ ไปที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน ด้วย นายอนุทินตอบรับข้อเรียกร้อง ก่อนเดินทางกลับ โดยใช้เวลาที่วัดน้ำขุ่นประมาณ 30 นาที
ญาติพระภิกษุสำรวยเผยความรู้สึก
นางมาลี ศรีมังคละ อายุ 52 ปี พี่สาวพระภิกษุสำรวย ระวัง อายุ 44 ปี หนึ่งในพระภิกษุที่มรณภาพ เปิดเผยว่า พระภิกษุสำรวยบวชมาแล้ว 9 พรรษา จำวัดอยู่ที่วัดไพรบูรณ์วราราม ต.ไพรบูรณ์ อ.น้ำขุ่น ก่อนเกิดเหตุพระภิกษุสำรวยได้โทรศัพท์มาบอกว่า “จะไปเดินธุดงค์ เดินทางไกลเด้อ อีกโดนจังสิได้พ่อกัน (อีกนานถึงจะได้เจอกัน)” นางมาลีกล่าวว่าไม่คิดว่าเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย และรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ผู้ปกครองเด็กที่ขับรถชนว่าไม่ดูแลเด็กให้ดี โดยเฉพาะเด็กพิเศษที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ศิลปินนักร้องสูญเสียบิดา
นายชยธร ทองบุราณ หรือ ออย แสงศิลป์ ศิลปินนักร้องชาว จ.อุบลราชธานี เจ้าของฉายาราชารถแห่ ซึ่งสูญเสียบิดา คือ พระภิกษุรชต ทองบุราณ อายุ 50 ปี เปิดใจว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือพบกับคู่กรณี แต่พร้อมที่จะพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นเพื่อความกระจ่าง โดยมองว่ากรณีนี้มีความละเอียดอ่อนทางข้อกฎหมายคุ้มครองเด็ก พร้อมฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ปกครองให้คำนึงถึงวุฒิภาวะของเด็กเป็นสำคัญ หากเด็กยังไม่พร้อมหรือไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ควรฝึกให้ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก



