วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่ประชาชนยังไม่เห็นการลดลงของราคาน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
ตั้งคำถามราคาน้ำมันไทยไม่ลดตามตลาดโลก
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่ครบถ้วน แต่ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงเมื่อราคาพลังงานโลกปรับตัวลดลง
“ประชาชนยังตั้งคำถามว่า เหตุใดค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ยังไม่ลดลง ทั้งที่ราคาน้ำมันตลาดโลกอ่อนตัว” นายพร้อมพงศ์ระบุ
เสนอ 3 วาระเร่งด่วนเพื่อลดค่าครองชีพ
นายพร้อมพงศ์ได้เสนอ 3 วาระเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ดังนี้
- การรื้อสูตรราคาพลังงานทั้งระบบ วางมาตรการเชิงรุกเพื่อให้เมื่อราคาพลังงานโลกปรับตัวลง คนไทยจะได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ภายใต้กรอบกฎหมายและวินัยการเงินการคลัง
- การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ปรับปรุงโครงสร้างข้อมูลราคาพลังงานที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อความโปร่งใส
- การผูกงบประมาณเข้ากับปากท้อง ในจังหวะที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ผ่านความเห็นชอบวาระแรกและกำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายควรทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณให้พุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะงบประมาณที่ดีต้องตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขในเอกสาร
การเมืองที่ดีคือการลดต้นทุนชีวิตประชาชน
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การเมืองที่ดีไม่ใช่การเมืองที่แข่งกันพูด แต่คือการเมืองที่แข่งกันลดต้นทุนชีวิตของประชาชน งบประมาณที่ดีที่สุด ไม่ใช่งบที่ใช้หมด แต่คืองบที่ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
“ความเชื่อมั่นของประชาชน ไม่ได้เกิดจากคำชี้แจงที่ยาวขึ้น แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริง ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลกับฝ่ายค้านเอาชนะกัน แต่คาดหวังให้ทุกฝ่ายร่วมกันเอาชนะปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ตัดสินผลงานของนักการเมือง ไม่ใช่เวทีอภิปรายหรือวาทกรรมทางการเมือง แต่คือคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน” นายพร้อมพงศ์กล่าว
กมธ.งบฯ 70 ตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐ
นายพร้อมพงศ์ยังย้ำถึงบทบาทของคณะกรรมาธิการงบประมาณทั้ง 70 คน ในการตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐ โดยไม่ควรอิงแค่เอกสาร แต่ต้องพุ่งเป้าตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน และทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลง



