เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนเรนทร์ฤทธิ์ สอาดวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ลงนามในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากกรณีที่ สร.กฟผ. ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เกี่ยวกับประเด็นที่มีการใช้ถ้อยคำต่อสื่อว่า “กฟผ. เสมือนเสือนอนกิน...” และได้มีการพูดคุย โดยทาง นายอรรถวิชช์ อธิบายว่าเสือนอนกินที่กล่าวนั้นตนหมายถึง กฟผ. เปรียบเหมือนเสือที่ถูกล่ามโซ่ไว้ไม่สามารถออกหากินเองได้ต้องปลดโซ่ที่พันธนาการไว้ โดยมีแนวคิดที่จะให้ กฟผ. มีสัดส่วนการผลิตที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 51 ซึ่งทาง สร.กฟผ. เห็นว่าหากเป็นเช่นที่ว่านั้นก็เป็นไปตามนโยบายของ สร.กฟผ. ที่ผลักดัน และยินดีสนับสนุนในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อ กฟผ. ประเทศชาติ ประชาชน และมีมติให้ขับเคลื่อนตามที่ปรากฏภาพในสื่อที่ยกมือ
การหารือถึง PSO และบทบาท กกพ.
นอกจากนี้ในการพูดคุยทาง นายอรรถวิชช์ ได้มีการกล่าวถึงการที่จะเสนอให้นำหลักการ Public Service Obligation (PSO) มาใช้เพื่อมารับภาระในส่วนของไฟทาง ทาง สร.กฟผ. เห็นว่าเป็นเรื่องนโยบายรัฐ แต่ต้องไม่กระทบต่องบประมาณในการลงทุน สภาพคล่อง และการดำเนินการในส่วนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดีควรแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้ถูกที่ถูกจุดว่าใครควรเป็นผู้รับภาระส่วนใด และ นายอรรถวิชช์ ยังได้กล่าวถึงการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทาง สร.กฟผ. ได้แสดงความเห็นว่า ที่มาของ กกพ. ก็มาจากรัฐและเกิดขึ้นตามกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของรัฐและฝ่ายนิติบัญญัติในการดำเนินการ สร.กฟผ. ไม่มีอำนาจหน้าที่ใด และมุ่งเน้นในเรื่องของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ Power Development Plan (PDP) ที่ควรไปดูแล และ สร.กฟผ. กำลังติดตาม เพราะเป็นสิ่งที่จะชี้ทิศทางว่าจะเพิ่มสัดส่วนให้แก่ กฟผ. หรือยังคงให้เอกชนผูกขาดส่วนใด
ย้ำจุดยืนไม่เป็นเครื่องมือใคร
อย่างไรก็ดี สร.กฟผ. ได้ทิ้งท้ายว่ายังคงติดตามในนโยบายแนวคิดพร้อมสนับสนุนในสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ประเทศชาติและประชาชน และขอเน้นย้ำว่า สร.กฟผ. มิใช่เครื่องมือของใครหรือกลุ่มบุคคลใด และยังคงติดตามในเรื่องต่างๆ



