ศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 8:1 ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิกรรมการพรรค 10 ปี
ศาลรัฐธรรมนูญลงมติ 8:1 ยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิกรรมการพรรค 10 ปี

ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอให้ยุบพรรคก้าวไกล โดยศาลมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง เห็นว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

รายละเอียดคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า พรรคก้าวไกลได้ดำเนินการในลักษณะที่บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านนโยบายและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถือเป็นความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครอง การกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ที่ห้ามมิให้ใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง

ผลกระทบต่อกรรมการบริหารพรรค

กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลจำนวน 11 คนถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี โดยมีผลทันทีหลังจากคำวินิจฉัย ซึ่งรวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคที่ยังเหลืออยู่จะต้องย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะสิ้นสุดสมาชิกภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวภายหลังคำวินิจฉัยว่า พรรคก้าวไกลยอมรับคำตัดสินของศาล แต่จะดำเนินการทางการเมืองต่อไปภายใต้กรอบกฎหมาย โดยเตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อรองรับสมาชิกและ ส.ส. ที่เหลืออยู่ พร้อมยืนยันว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงเดิม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ท่าทีของประชาชนและนักวิชาการ

คำวินิจฉัยดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล โดยมีการรวมตัวกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญและสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะที่นักวิชาการหลายคนแสดงความกังวลว่าการยุบพรรคครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและบรรยากาศประชาธิปไตยในประเทศไทย

กระบวนการต่อไป

กกต. จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้พรรคก้าวไกลยุติบทบาทอย่างเป็นทางการ และเตรียมรับรองพรรคการเมืองใหม่ที่สมาชิกพรรคก้าวไกลจะย้ายไป ส.ส. ที่ยังคงสถานะอยู่จะต้องตัดสินใจเลือกพรรคสังกัดภายใน 60 วัน เพื่อรักษาที่นั่งในสภา