ชัยวัฒน์แจงกมธ.ปมที่ดินป่าทับลาน ซัดน่ารังเกียจฮุบที่ 80,000 ไร่
ชัยวัฒน์แจงกมธ.ปมที่ดินทับลาน ซัดน่ารังเกียจฮุบที่ 80,000 ไร่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมพิจารณาการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยเชิญนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าชี้แจง

ชัยวัฒน์ชี้แจงประเด็นสำคัญ

นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า กมธ.ที่ดินฯ เป็นความหวังของพวกเรา เพราะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ออกกฎหมาย ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นควรแก้ปัญหาเขตที่ดินป่าทับลาน จะใช้ความเห็นโดยอ้างความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ ที่อ้างว่าอยู่มาก่อนอุทยานฯ ประกาศทั้งหมดก็ไม่ได้ ตนจึงมาชี้แจงพร้อมข้อกฎหมายหลัก ว่าป่าเกิดขึ้นอย่างไร คนอยู่เมื่อไหร่ ที่ดิน ส.ป.ก. มาในช่วงเวลาไหน และการทุจริตของเจ้าหน้าที่มาในช่วงเวลาไหน จุดเหล่านี้จะเมินเฉย ปล่อยไว้กับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตจนนำมาสู่การฟอกขาวแบบนี้ไม่ได้

ประเด็นพื้นที่กลุ่ม 2 และการจัดการที่ดิน

โดยเฉพาะพื้นที่กลุ่ม 2 ถ้าคิดว่าสำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นผู้จัดการทำแผน One map ที่ดีที่สุด ทำไมไม่ใช้อำนาจของตัวเองในการจัดการ แต่กลับโยนอำนาจไปให้สำนักงานปฏิรูปที่ดิน ที่รู้อยู่แล้วว่าสามารถร่วมทุนและร่วมหุ้นกันได้ โดยไม่มีการพูดคุยกับคนท้องถิ่นเดิม มันเป็นแนวพื้นที่ความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งตนพูดถึงความมั่นคงตั้งแต่แรก เอาคนที่อยู่และเดือดร้อนจริงๆ เป็นเรื่องความมั่นคง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า การเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเอาที่ดินไปแปลงเป็นสินทรัพย์ให้นายทุน มันเป็นเรื่องความมั่นคงหรือ จึงตั้งคำถาม เพราะหลักฐานที่ตนมีเป็นหลักฐานทางราชการ เพราะตนรับไม่ได้ ขอใช้คำว่าน่ารังเกียจ พื้นที่ 80,000 ไร่ ที่บอกว่าได้ผนวกเข้าไป แท้จริงแล้วไม่มี ชาวบ้านก็คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่กลับมาบอกว่าได้ส่วนหนึ่งเสียส่วนหนึ่ง แล้วบอกว่าจะไม่เป็นไรไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐจะทำแบบนี้ไม่ได้ ต้องเคลียร์ให้ชัดว่าการที่จะมาฟอกขาวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำผิดและถูกดำเนินคดีแล้วมาทำให้เขาถูกต้องนั้น มันไม่ได้

มาตรา 64 และการอยู่ร่วมกับป่า

มีมาตรา 64 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 กำหนดให้ดูแลกลุ่มคนยากไร้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว โดยได้มีการแก้ไขให้คนอยู่กับป่าได้ ที่ผ่านมาก็อยู่กับป่าและสัตว์ป่าได้มากกว่า 30 ปีแล้ว ต่อมามี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2562 มาตรา 64 กำหนดถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าและที่อยู่อาศัย วันนี้เราแก้กฎหมายเสร็จ แต่กลับมาบอกว่า ไม่อยากอยู่กับป่าแล้ว ไม่อยากอยู่กับสัตว์ป่าแล้ว

“แล้วอ้างว่าฉันอยู่มาก่อน แล้วป่ามาขีดทีหลัง แบบนี้มันโกง พูดแบบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ หากคนที่อยู่มาก่อน ควรจะได้เอกสารเป็นโฉนดที่ดิน ไม่ใช่ ส.ป.ก. ด้วยซ้ำ ถ้าหากยืนยันว่า เขาอยู่มาก่อนปี 2497 กรมที่ดินหรือคณะกรรมการที่ดินจะต้องให้เอกสารสิทธิ์กับราษฎร แต่การทำแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ผมจะค้านเต็มที่แน่นอน” นายชัยวัฒน์กล่าว

กฎหมายคุ้มครองประชาชน

พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2562 ในมาตรา 121 เป็น พ.ร.บ. ที่คุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับจากการตกทอดเป็นทายาทได้ดีที่สุด ไม่ได้มีการย้ายถิ่น เรื่องแบบนี้สังคมก็มองได้ และเชื่อว่าสังคมก็รู้เช่นกัน ซึ่งที่มาอ้างว่าเป็นเมืองแล้ว แต่ที่ ส.ป.ก. 52,000 ไร่ จำนวน 3 ก้อน ที่ขีดทับไว้ เราไม่ติดใจ แต่ถ้าอันไหนผิดก็คือผิด อันไหนที่มีการทับซ้อนก็ยกให้ ส.ป.ก. ไปแต่ ส.ป.ก.ออกเอกสารสิทธิ์เพิ่ม หรือที่เรียกว่า ส.ป.ก.บวม มันเป็นการทุจริต อยู่ๆ มายกให้ ส.ป.ก. ไปเลยไม่ได้ แล้วให้ ส.ป.ก. ไปเคลียร์กันเองเป็นคดีก็ว่ากันไป

เอกสาร ส.ป.ก. และการทุจริต

ซึ่งเอกสาร ส.ป.ก. ออกในช่วงปี 2562-2567 เป็นการออกเอกสารซ้อนหลังเกิดคดีแล้ว แสดงว่าเป็นการเตรียมการเอาไว้ก่อน เป็นขบวนการ ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ผมเคยเป็นหัวหน้าทีมพญาเสือ เคยจับกุมพวกนายทุน และเห็นผู้ที่มีอันจะกินสร้างบ้านพักตากอากาศ และเป็นใครไม่รู้มีการโพสต์ขายที่ดินกันอยู่เลย แล้วจะมาอ้างว่าเป็นเมือง ไม่ใช่ มันเพิ่งมา แล้วจะมาบอกว่าตรงไหนที่เจริญแล้วยกให้เขาไป มันใช่เหรอ คุณต้องไปดูว่าใครอยู่ก่อนอุทยานฯ ประกาศจริงๆ